“ถึงจะเป็นพี่ที่ห่วยแตกแค่ไหน เราก็เลิกเป็นพี่น้องไม่ได้” น้องพี่ที่รัก ไม่ใช่แค่คำว่ารักที่เรามอบให้ แต่ยอมรับมุมแย่ๆ ของอีกฝ่ายด้วย

  • ในสายตาพี่ชายอย่าง ‘ชัช’ การมีน้องสาวแบบ ‘เจน’ ถือเป็นความซวยอย่างหนึ่ง เพราะการเป็นคนเพอร์เฟ็กต์ของเจน ทำให้พี่ชายอย่างเขากลายเป็นไอ้ห่วย
  • ส่วนเจน การมีพี่ชายแบบชัชก็ถือเป็นความโหดร้ายอย่างหนึ่ง ภาพในฝันที่จะมีพี่ชายเป็นฮีโร่คอยดูแลน้องสาว กลับได้ ‘ภาระ’ มาให้เธอดูแลแทน
  • ‘ตีกันเสมอ’ นิยามความสัมพันธ์พี่น้องชัช-เจน และการยอมรับมุมแย่ๆ ของอีกฝ่ายอาจเป็นวิธีบอกรักอย่างหนึ่งของสองพี่น้องจากภาพยนตร์ ‘น้องพี่ที่รัก’

(**บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์)

“เป็นพี่มึงนะเว้ย”

คำพูดติดปากของ ‘ชัช’ ที่มีให้กับน้องสาว ‘เจน’ เสมอมา ถึงแม้จะเป็นคนที่เกิดก่อนและเป็น ‘พี่ชาย’ แต่ในชีวิตจริงมันกลับสวนทางที่ชัชต้องกลายเป็นคนให้เจนคอยดูแล ตั้งแต่เรื่องในบ้านไปจนถึงนอกบ้าน 

มีบางเรื่องชัชรู้สึกว่าเจนจู้จี้จุกจิกเกินไปกับการใช้ชีวิตของเขา อย่างเช่นเรื่องกินก๋วยเตี๋ยว ชัชชอบกินในถุงเลยเพราะจะได้ไม่ต้องล้างจาน แต่สำหรับเจนมันแสดงความเป็นคน ‘ชุ่ย’ แต่ถึงพฤติกรรมเจนจะจู้จี้แค่ไหน ชัชก็ยอมปรับและรับบทฟังเจนเสมอ (ที่อาจจะขัดบ้างในบางที)

ส่วนเจน แม้จะเบื่อและเหนื่อยกับการมีพี่ชายอย่างชัช แต่เธอก็ถือว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องดูแลพี่ชาย ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ จ่ายค่าบ้าน แม้จะบ่นไปทำไปแต่เจนยังคงทำเสมอเพื่อดูแลพี่ชาย รวมถึงทุกๆ จังหวะชีวิตของเจนมีชัชเข้ามาเป็นตัวแปรเสมอ แม้กระทั่งตอนที่ตัดสินใจจะแต่งงาน ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เจนเกิดอาการลังเล เพราะต่อให้รักคนตรงหน้า ‘โมจิ’ แค่ไหน แต่พี่ชายก็เป็นคนที่เธอทิ้งไม่ได้

ความหวังดีของเจนที่มีให้กับชัช เธอไม่ต้องการการตอบแทนใดๆ นอกจากให้ชีวิตพี่ชายคนนี้อยู่รอดปลอดภัยในวันที่ไม่มีเธออยู่ข้างๆ แต่สำหรับชัชมันยิ่งตอกย้ำว่าความเป็นคน ‘ห่วยแตก’ สถานะที่เขารับตั้งแต่วันที่เจนเกิด ต้องเป็นภาระให้น้องสาวดูแลตลอดไป

“พี่โคตรเห็นแก่ตัวเลย”

แม้ชัชจะทำตัวแย่สักแค่ไหน แต่สิ่งที่เจนทำได้ คือ บ่น บ่น แล้วก็บ่น ลงเอยด้วยการทำทุกอย่างให้ชัชอยู่ดี แต่เส้นความอดทนของเธอก็มีวันขาด เพราะพี่ชายคนนี้ล้ำเส้นบางเรื่องที่เธอขีดไว้ ทำให้เจนตัดสินใจสู้ และระบายความรู้สึกข้างในทั้งหมด

“นี่พี่รู้ตัวไหมว่าเป็นภาระแค่ไหน” 

“ถ้าอายมาก ไม่ต้องเป็นพี่น้องกันก็ได้”

คำตอบที่ชัชมีให้กับเจน ลึกๆ เขารู้ดีว่าการเป็นไอ้ห่วยทำให้น้องอับอายมากขนาดไหน การเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นยากเกินไป ตัดขาดกันไปอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด  

“แต่ถึงแม้พี่ชัชจะเป็นพี่ชายที่ห่วยแตกแค่ไหน เราก็เลิกเป็นพี่น้องไม่ได้หรอกค่ะ”

ถึงพี่ชายคนนี้จะห่วยแตกยังไง เจนก็ยังอยากเจอ ‘พี่ชัช’ ของเธอ

สิ่งหนึ่งที่เจนไม่เคยบอกชัชคือ เธอภาคภูมิใจในตัวเขามาก แม้พี่ชายจะสอบตกซ้ำชั้นจนต้องมาเรียนกับน้องสาวที่ห่างกัน 5 ปี หรือล้มเหลวในชีวิตการทำงานจนน้องต้องยื่นมือเข้ามาช่วย แต่การเป็น ‘เจน’ ในวันนี้ สาวสุดเพอร์เฟ็กต์ส่วนหนึ่งมาจากตัวตนของชัชที่ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทำให้เจนซึมซับทุกอย่างและสร้างความเป็นเธอในวันนี้  

ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องนี้อาจไม่ได้หวานซึ้งเท่าพี่น้องคู่อื่นๆ ไม่เคยพูดชื่นชมกันและกัน ออกจะตีกันบ่อยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ยอมรับมุมแย่ๆ ของอีกฝ่าย ชัชที่รับกับมุมจุกจิกของเจน หรือเจนที่รับมุมความเป็นไอห่วยของชัช นี่อาจเป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับพี่น้องอย่างชัช-เจน 

บทสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ฉากพี่น้องเคลียร์ใจยิ่งใหญ่ กล่าวคำขอโทษซ้ำไปมา แค่มาเจอหน้ากันอีกครั้ง ได้เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย นั่นก็ทำให้ความขัดแย้งที่เราต่างแบกรับหายไป มันอาจจะไม่ตรงกับหลักจิตวิทยาที่เราควรกล่าวคำขอโทษให้กัน แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง 

“เป็นพี่แล้วนะ รักน้องให้มากๆ”

คำแนะนำที่ชัชให้กับลูกชายคนแรกของเจน และเป็นการบอกเผื่อไปถึงเจนว่า ถึงเขาจะเป็นพี่ที่แย่แค่ไหน แต่เขายังคงรักและห่วงใยน้องสาวคนนี้ตลอดไป


Writer

123

เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา

ชีวิตอยู่ได้ด้วยซัมเมอร์ ทะเล และความฝันที่จะได้ทำสิ่งที่เป็นความสุขตลอดไป

Illustrator

123

ธนัชพร จันทร์เขียว

เด็กฝึกงานกราฟิกที่ชอบวาดภาพท้องฟ้าและทะเล ติดของหวานเป็นชีวิตจิตใจ ชอบเปิดเพลง r&b ตอนทำงานโดยเฉพาะตอนวาดภาพ มันช่วยให้มีสมาธิและสามารถโฟกัสกับการทำงานได้ดี

Related Posts