การสื่อสารในครอบครัว

อย่าออกไปทำอะไรโง่ๆ ≠ เป็นห่วงนะ 4 วิธีเปิดพื้นที่คุยกันได้ในครอบครัว

ท่ามกลางความเห็นแตกต่างที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว เราจะทำอย่างไรให้บ้านยังคงเป็นบ้าน เราจะประคองพื้นที่ความเป็นครอบครัวได้อย่างไร โดยที่ทุกฝ่ายยังคงความเชื่อของตัวเองได้อยู่ ขณะเดียวกันก็สามารถเปิดพื้นที่รับฟังความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้ด้วย 

mappa นำเสนอ 4 วิธีเปิดพื้นที่คุยกันได้ในครอบครัว หยุดพักพักสักครู่-ทบทวน-มองเห็นความสัมพันธ์และความเข้าใจ-ปรับการสื่อสาร

แต่ไม่ว่าครอบครัวจะเลือกใช้วิธีแบบใด เราอยากย้ำว่าการทำเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องสำเร็จหรือรู้สึกดีในครั้งแรกเสมอไป แต่สิ่งที่ดีในครอบครัวคือเราพร้อมที่จะให้อภัยและเริ่มต้นพูดคุยกันใหม่ได้เสมอ 

วิธีที่ 1 พักสักครู่ 

 การพูดคุยที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งอาจจะต้องการการหยุดและหลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์ การหยุดพักอาจเป็นการให้พื้นที่ในการที่แต่ละคนได้ค่อยๆ ทำใจให้สงบลงก่อนแล้วค่อยกลับมาหาทางพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง

วิธีที่ 2 ทบทวน ‘พื้นที่การพูดคุย’ และ ‘ความเคารพซึ่งกันและกัน’ 

เป็นโอกาสอันดีที่จะได้กลับมาทบทวนว่าภายในบ้านมีพื้นที่ปลอดภัยเพียงพอที่แต่ละคนจะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างด้วยความเคารพแล้วหรือยัง หากในบ้านยังไม่เคยมีพื้นที่เหล่านั้น อาจลองกลับไปเริ่มต้นด้วย ‘การฟังเพื่อเข้าใจ’ อีกครั้ง

วิธีที่ 3 ให้ความสำคัญกับ ‘ความสัมพันธ์’ และ ‘ความเข้าใจ’ ก่อนแก้ปัญหา 

บ่อยครั้งที่เรามักจะรีบไปสู่การแก้ปัญหาโดยขาดการตระหนักถึงสิ่งสำคัญของครอบครัว คือความสัมพันธ์ แต่การมีความสัมพันธ์ที่ดี และมีความเข้าใจไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนความเชื่อของตนเองไปให้เห็นเหมือนกันกับคนในครอบครัว แต่ให้ความเข้าใจนำทางไปสู่การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาที่ถูกต้อง 

วิธีที่ 4 ปรับการสื่อสาร บอกความต้องการที่แท้จริง

ถามตัวเองอย่างแน่ชัดว่า ‘สิ่งที่ต้องการ’ ของเราคืออะไรกันแน่ หลายบ้านคุณแม่เพียงอยากบอกลูกว่า “เป็นห่วงนะ” แต่ด้วยอารมณ์กลับสื่อออกไปในน้ำเสียงว่า “ออกไปทำอะไรโง่ๆ อีกแล้ว” เจตนาของแม่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดแรงๆ เป็นเจตนาที่ดี แต่คนฟังกลับไม่ได้ยินเจตนานั้น ในขั้นตอนนี้อาจจะต้องกลับมาทบทวนความต้องการภายใน แล้วค่อยๆ ปรับวิธีการสื่อสารเพื่อบอกถึงส่วนที่อยู่ลึกๆ ของตัวเองให้มากขึ้น

อ่านบทความ พ่อแม่มองเป็นเป็ด ลูกมองว่ากระต่าย ได้ ที่นี่

ที่มา: flock learning


Writer

mappa

mappa learning

Illustrator

Bua

บัว คำดี

ตอนประถมอยากเป็นศิลปินวาดภาพ แต่โดนพ่อเบรคหัวทิ่ม "เป็นศิลปินไส้แห้งนะ" ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับการออกแบบและทำภาพประกอบ (บ้าง) จนได้

Related Posts