HOCKHACKER

“ความกล้าคือวิชาชีวิต” HOCKHACKER คุณพ่อแร็ปเปอร์ที่ไม่กลัวการมีลูก

  • การเลี้ยงลูกแบบไม่พูดคำว่าห้าม จะทำให้ลูกมีความกล้า
  • ฮ็อคตั้งใจวางแผนเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เขาจึงกลายเป็นคุณพ่อแร็ปเปอร์ full time ที่มีวิธีเลี้ยงลูกง่ายๆ แค่ไม่ขวางชีวิตลูก ให้อิสระ เพราะอิสรภาพ

1 – นอกจากความรู้ในตำราจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว ฮ็อคคือคนที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนยังต้องการทักษะจำเป็นในเรื่องต่างๆ เพื่อดำเนินชีวิต ซึ่งบางครั้งในห้องเรียนไม่ได้สอน

2 – ฮ็อคคือหนึ่งในกรรมการของโปรเจ็คต์การประกวดแต่งเพลงแร็ปในหัวข้อ ‘วิชาชีวิต’ จัดโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกลุ่ม RAP IS NOW ที่มีหมุดหมายเพื่อยืนยันว่าการเรียนรู้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงจากเรื่องราวรอบๆ ตัว

3 – วิชาชีวิตที่เพิ่งเรียนรู้เร็วๆ นี้ของฮ็อคคือวิชาความเป็นพ่อ เขาบอกว่าไม่ใช่วิชาที่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากจนทำอะไรไม่ได้ กลับกันเขาสนุกกับการเรียนวิชานี้เป็นอย่างมาก

คุยกับ ฮ็อค-เดชาธร บำรุงเมือง หรือที่รู้จักในวงการแร็ปเปอร์ในนาม HOCKHACKER ถึงประเด็นวิชาชีวิตนอกห้องเรียนและบทบาทความเป็นคุณพ่อที่เขาเพิ่งเรียนรู้ได้ไม่นาน

เพลงแร็ปและการศึกษา

“เราเป็นคนอินกับประเด็นการศึกษา”

เมื่อย้อนไปมองในชีวิตวัยเด็กของตัวเอง แม้ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาฮ็อคจะไม่ได้เผชิญหน้ากับโครงสร้างที่ปรักหักพังทางการศึกษาโดยตรง แต่เมื่อไรก็ตามที่มองไปยัง ‘น้องเดนิม’ ลูกสาววัย 1 ขวบ เขาอดนึกถึงอนาคตของลูกไม่ได้ และเมื่อนึกถึงอนาคต เขาจึงกลายเป็นคนหนึ่งที่สนใจประเด็นการศึกษาไปโดยปริยาย 

“ปัจจุบันจากข่าวสารต่างๆ ทำให้เรามองเห็นปัญหาการศึกษามากมาย เด็กรุ่นใหม่ใช้ชีวิตยากขึ้น ซึ่งการศึกษาเป็นองค์ประกอบใหญ่มากๆ ที่ช่วยปูพื้นฐานของเด็กคนหนึ่งสู่การเป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน แล้วผมก็มีลูกด้วย เลยค่อนข้างที่จะคิดถึงอนาคตว่ารุ่นลูกเขาจะเป็นอย่างไร”

บวกกับเสน่ห์ของเพลงแร็ปที่มีความขบถและความกล้าหาญที่จะพูดบางสิ่งอย่างตรงไปตรงมา ฮ็อคในนามของกลุ่ม RAP IS NOW จึงร่วมมือกับ กสศ. ในการจัดประกวดการแข่งขันแต่งเพลงแร็ปในหัวข้อ ‘วิชาชีวิต’ เพื่อเป็นอีกช่องทางสะท้อนว่าทักษะนอกห้องเรียนคือสิ่งจำเป็นไม่แพ้ความรู้ในตำรา เพราะสิ่งนี้จะเป็นปัจจัยในการกำหนดชีวิตของเด็กๆ ได้เช่นกัน 

“จริงๆ ความตั้งใจของโปรเจ็คต์นี้คือการพาพวกเขากลับไปมองเห็นความสำคัญของ life skill ต่างๆ การมีทักษะเหล่านี้ในช่วงเวลาปัจจุบันอาจจะเป็นสิ่งสำคัญ ผมมั่นใจเลยว่าอีก 10 ปีข้างหน้า งานที่ใช้มนุษย์ต่างๆ จะถูกหุ่นยนต์มาแทนที่มากขึ้น วุฒิการศึกษาอาจไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานในอาชีพต่างๆ แต่สกิลเป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาคือถ้าไม่มีวิชาชีวิตติดตัวเลย ไม่มีสกิลอะไรติดตัวเลยคุณจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ

“ภาพรวมของผลงานแร็ปที่ส่งเข้ามา บางอย่างก็เซอร์ไพรส์นะ เราเห็นเรื่องราวความเจ็บปวดจากระบบการศึกษารูปแบบต่างๆ บางคนเจ็บจากระบบการศึกษาที่ทำร้ายเขา คนที่ถูกกีดกันออกจากระบบด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง หรือบางคนที่ไม่รู้ว่าระบบไม่ตอบโจทย์ชีวิตเขา แต่กลับกันสิ่งที่เขาได้เรียนรู้กลับกลายเป็นเรื่องราวต่างๆ นอกห้องเรียน เช่น การรับมือกับสถานการณ์การลาจากเมื่อพ่อแม่ตาย”

นอกจากการมองเห็นเรื่องราวชีวิตของผู้เข้าแข่งขัน การประกวดแต่งเพลงแร็ปครั้งนี้ทำให้ฮ็อคเห็นความสามารถของเด็กไทย  

“10 คนที่เข้ารอบสุดท้ายเจ๋งมากเลยอะ! น้องๆ เป็นแร็ปเปอร์หน้าใหม่เกือบหมดเลย เซอร์ไพรส์มาก เขาไปอยู่ตรงไหนมาไม่รู้ แต่โผล่มาในการแข่งขันของเรา บางคนเขาอาจจะไม่เคยลงแข่งด้วยซ้ำ แต่เขามาถ่ายทอดเรื่องราวทักษะชีวิตที่ได้จากนอกห้องเรียน ฟังแล้วนึกภาพออกว่าเขาเจออะไรมาบ้าง เห็นความจริงใจ รวมถึงหลายคนมีสกิลแร็ปที่ดี มี potential เห็นแววว่าสามารถนำไปพัฒนาต่อได้”

ดังนั้นสำหรับฮ็อคคำว่า ‘วิชาชีวิต’ จะแปลว่าอะไรก็ได้ 

วิชาชีวิตเป็นบทเรียนที่มอบคุณค่าบางอย่างให้กับเรา อาจจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี แต่วิชาชีวิตจะเกิดจากประสบการณ์ สะสมผ่านการลงมือทำจริง ไม่มีผิด-ถูก ยากบ้าง ง่ายบ้าง ถึงจะล้มลุกคลุกคลาน แต่ท้ายที่สุดทุกคนจะเป็นเจ้าของประสบการณ์และทักษะข้างทางที่ได้จากวิชาชีวิตของตัวเอง 

วิชาความเป็นพ่อ ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก   

นอกจากการเป็นแร็ปเปอร์ ฮ็อคยังมีอีกบทบาทหนึ่ง คือการเป็นคุณพ่อ full time

การวางแผนเลี้ยงลูกด้วยตัวเองคือความตั้งใจของฮ็อคและภรรยาตั้งแต่ก่อนมีลูก บทบาทในบ้านถูกแบ่งอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก ด้วยเนื้องานที่สามารถทำที่บ้านได้ ฮ็อคจึงเป็นคนที่ทำหน้าที่ดูแลลูกอยู่บ้านในช่วงกลางวันขณะที่ภรรยาออกไปทำงานนอกบ้าน 

“ผมกับภรรยาเราอยากมีลูก เพราะมองว่านี่คือปลายทางของความรัก ลูกคือชีวิตที่เราสร้างขึ้นมาและผมจะสร้างเขาให้ดีที่สุด” 

ความเป็นพ่อจึงเป็นวิชาชีวิตวิชาใหม่ที่เขากำลังเรียนรู้

“การที่จะต้อง handle คนอีกหนึ่งคนที่มีความรู้สึก มีชีวิต มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากจนทำอะไรไม่ได้ ในพาร์ทพ่อผมไม่กลัวนะ สนุกด้วยซ้ำ ผมกลัวประเทศนี้มากกว่า (หัวเราะ) เรากลัวว่าเราจะปกป้องลูกไม่ดีพอ ลูกจะอยู่อย่างไรในประเทศนี้อีก 10-20 ปีข้างหน้า”

ในขณะที่ฮ็อคและภรรยาตั้งใจมีลูกและเปรียบการเลี้ยงลูกคือเส้นทางระยะไกลที่ข้างทางเต็มไปด้วยความสนุก เขาก็เข้าใจเพื่อนในแวดวงแร็ปเปอร์รวมถึงคนในสังคมอื่นๆ ที่เลือกใช้ชีวิตโสด ไม่แต่งงานหรือมีลูก

“ผมว่าชีวิตคนตอนนี้มันลำบากเกินกว่าต้องมาโฟกัสเรื่องแต่งงาน เขารู้สึกว่าโลกในยุคนี้ (แม่ง) ไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ ทุกคนคิดว่าเอาตัวรอดเองก็ยากแล้ว แล้วกลัวว่ามีลูกแล้วจะเลี้ยงเขาไม่ดีพอ ทำให้ลูกลำบากขึ้นไปอีก

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสภาพแวดล้อมข้างนอก สังคม นโยบาย อำนาจ แล้วเราจะเลี้ยงลูกในทางไหนล่ะ? สิ่งที่ลูกเจอในอนาคตคือสิ่งที่เราทำไว้ทั้งนั้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าลูกเราจะต้องไปรับมือกับอะไรตอนโต ประเทศกำลังทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นภาระ คนก็เลยไม่อยากมีภาระต่อด้วยการมีลูกเพิ่มขึ้นมาอีก”

เรียนรู้วิชาชีวิตจากลูก

เมื่อเลี้ยงลูกได้แค่ตัว สิ่งที่พ่อแร็ปเปอร์อย่างฮ็อคพยายามมากที่สุดคือการปลูกฝังทักษะต่างๆ ทั้ง soft skill และ hard skill ให้ติดอยู่ในใจลูกไว้ตั้งแต่เด็ก 

“ผมไม่ได้คาดหวังที่จะเห็นลูกทำงานเป็นอาชีพอะไร หัวใจในการเลี้ยงลูกคือการไม่ขวางชีวิตลูก ให้อิสระ และอิสรภาพจะมอบความกล้าให้ลูกในการจะทำอะไรต่อไปเรื่อยๆ และจะกลายเป็นทักษะชีวิตที่ติดตัวลูกไปตลอด

“ตอนนี้ผมพยายามให้ลูกลองทำงานบ้าน ลูก 1 ขวบ 3 เดือนครับ แต่เขาช่วยกวาดบ้านแล้ว เขาชอบใช้ไม้กวาดเด็กเล็กๆ มากวาดพื้นตามที่เราทำ ช่วยหยิบเอาของไปทิ้งขยะให้ ผมว่าที่เขากล้าทำเพราะเราเลี้ยงแบบไม่ห้าม ผมพูดคำว่า ‘ห้าม’ น้อยมาก

อย่างที่บอกไปว่าการเลี้ยงลูกเราต้องไม่ไปขวางเขา ปล่อยให้เขาทำ ถึงแม้มันจะอันตรายนิดนึง ก็ต้องคุยให้รู้เรื่องมากกว่าการห้าม เช่น เขาเคยถือกรรไกรมาให้ผมตัดเปิดกล่องนมให้ พอไปพูดว่าห้าม, ไม่ เขาทำท่าจะขว้างกรรไกรทิ้งทันที เราก็ต้องค่อยๆ บอกเขาว่ากรรไกรมันอันตรายยังไง ต้องถืออย่างไรถึงปลอดภัย

“ผมเชื่อว่าลูกสอนคนเป็นพ่อแม่ทุกคนว่าทุกวินาทีคือห้ามพลาด ดังนั้นเราต้องพยายามรู้ตัวตลอดว่าเรากำลังคุยอะไรกับลูกอยู่นะ เรากำลังสื่อสารกับเขา แล้วเขาฟังเราอย่างไร เราไม่ได้กำลังสั่งเขาอยู่ใช่ไหม นี่คือสิ่งที่เราต้องรู้ตัวและต้องเรียนรู้จากเขาด้วยเช่นกัน”


Writer

รชนีกร ศรีฟ้าวัฒนา

พยายามฝึกปรือและคลุกอยู่กับผู้คนในวงการการศึกษา เพราะเชื่อว่าการเรียนรู้เป็นใบเบิกทางให้ขยายขอบขีดความสามารถตัวเอง ฝันสูงสุดคืออยากเห็นตัวเองทำงานสื่อสารที่มีคุณภาพและคุณค่าต่อไป

Photographer

อนุชิต นิ่มตลุง

ถ่ายงานหลากหลายรูปแบบทั้งงานสตูดิโอ ภาพข่าว จนถึงสารคดี ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการเครื่องหนัง Dog's vision เพิ่งตัดสายสะดือเป็นคุณพ่อหมาดๆ เมื่อเมษาที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563)

Related Posts