เยอร์เก้น คล็อปป์: “บางเวลาคุณก็ต้องกล้าที่จะยอมรับว่าคุณไม่รู้อะไรเลย”

  • ปี 2015 สโมสรลิเวอร์พูลที่อยู่กลางตารางได้เซ็นสัญญากับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเยอร์เก้น คล็อปป์
  • ภายในเวลาไม่กี่ปี คล็อปป์พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้สำเร็จแทบทุกรายการ
  • นอกจากคล็อปป์จะพาลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จด้วยทักษะการบริหารที่ผู้จัดการทีมควรมีแล้ว ความเชื่อมั่น ความรัก และความหวัง ก็เป็นสิ่งที่นักเตะและแฟนบอลลิเวอร์พูลได้รับจากเขาอย่างเต็มเปี่ยมเช่นกัน

“ก่อนอื่นขอถามก่อน เมื่อวานมีคนมารอรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเยอะแบบนี้ไหม”

นี่คือคำถามแรกอันยียวนที่เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลถามสื่อมวลชนหลังจากเดินทางมาถึงไทย ก่อนเกมการแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาล ผลจบลงด้วยความผิดหวังของแฟนบอลลิเวอร์พูลเมื่ออีกฝ่ายสามารถคว้าชัยชนะมาได้ด้วยสกอร์ขาดลอยที่ 4-0

ฝีปากและอารมณ์ขันอันแสบสันของเยอร์เก้น คล็อปป์อาจทำให้แฟนบอลทีมอื่นๆ หงุดหงิดใจในบางทีและความพ่ายแพ้หลังจากที่แสดงออกอย่างมั่นใจอาจทำให้ลิเวอร์พูลต้องตกเป็นเป้าล้อเลียนของทีมอื่นๆ ในบางหน แต่สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลแล้ว ความรักความผูกพันที่พวกเขามีให้คล็อปป์และความสำเร็จที่คล็อปป์พาทีมคว้ามาได้นั้นมากมายเกินกว่าจะสั่นคลอนได้เพียงความพ่ายแพ้ไม่กี่ครั้ง

“เมื่อผมอยู่ที่นี่ในอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะชนะอย่างน้อยหนึ่งรายการ” คล็อปป์ให้คำมั่นไว้อย่างนั้นในการแถลงข่าวครั้งแรกตอนที่เขาเซ็นสัญญาเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสรลิเวอร์พูลในปี 2015 ในขณะนั้นลิเวอร์พูลเป็นทีมกลางตาราง ชนะเพียงครั้งเดียวจากเก้านัดหลังสุด และทำประตูได้เพียง 11 ประตูจาก 11 นัด แต่ในเวลาเพียงไม่กี่ปี คล็อปป์ก็ทำตามคำสัญญาและพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์แทบจะทุกรายการที่มี ทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ยูฟ่าซูเปอร์คัพ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก อีเอฟแอลคัพ และแชมป์พรีเมียร์ลีกที่สโมสรรอมากว่า 30 ปี

แผนการที่ดี การจัดตัวผู้เล่นที่เหมาะสมในแต่ละนัด การแก้เกมที่เด็ดขาด คือทักษะที่ผู้จัดการทีมควรต้องมี แต่หากสโมสรลิเวอร์พูลคือหงส์ และสิ่งที่กล่าวมาเป็นปีก แนวคิดของคล็อปป์นอกเหนือจากทักษะเหล่านั้นก็คงเป็นลมใต้ปีกที่ทำให้หงส์โบยบินอย่างสง่างามและมั่นคงกว่าที่เคย

เชื่อมั่นในตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเก่งไปทุกเรื่อง

“ผมรู้ว่าผมเก่งจริงๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว” เมื่อถูกถามถึงเรื่องฝีเท้าของตัวเอง คล็อปป์มักจะตอบแบบนั้น เขาบอกว่าเขาเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าธรรมดาสามัญอย่างถึงที่สุด แต่นั่นไม่ใช่การถ่อมตัว คล็อปป์เพียงแต่รู้ว่าตัวเขามีดีที่ตรงไหน

เยอร์เก้น คล็อปป์มองว่าการรู้จักตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี และทำสิ่งนั้นอย่างมุ่งมั่นเป็นเรื่องสำคัญ แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่าความเชื่อมั่นในตัวเองไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกับนักเตะที่มีแรงกดดันและความคาดหวังกับแฟนบอลให้ต้องแบก หน้าที่ของคล็อปป์ในฐานะผู้จัดการทีมจึงต้องเป็นคนที่คอยช่วยนักเตะมองหาความสามารถที่โดดเด่น สิ่งที่พวกเขายังขาดไปซึ่งสามารถนำไปพัฒนาทักษะที่พวกเขามีได้ หรือการช่วยยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขามีมันดีอยู่แล้ว

คล็อปป์ยกตัวอย่างโรแบร์โต ฟีร์มีโน กองกลางตัวรุกของลิเวอร์พูลที่ช่วงหนึ่งมักจะโดนแฟนบอลวิจารณ์ว่าเขาทำประตูไม่ได้ ทว่าทักษะของฟีร์มีโนไม่ใช่การยิงประตู แต่คือการจ่ายบอลอย่างชาญฉลาดและเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม คล็อปป์คอยบอกฟีร์มีโน่ให้ทำสิ่งที่เขาถนัดต่อไปโดยไม่ต้องสนใจเสียงวิจารณ์ เพราะท้ายที่สุดมีเพียงตัวฟีร์มีโน่เองและคนที่เฝ้ามองพัฒนาการของเขามาตลอดอย่างคล็อปป์เท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งไหนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวฟีร์มีโน่

การรู้จักตัวเอง มั่นใจ และเคารพในการเป็นตัวเอง จะทำให้ตัวตนของเราชัดเจนและเข้มแข็งพอที่จะยอมรับได้ว่าหลายเรื่องก็ยังมีคนที่ทำได้ดีกว่าเรา และไม่เป็นไรเลยหากเราจะเคารพในความสามารถของคนอื่นด้วย ความสำเร็จของลิเวอร์พูลส่วนหนึ่งจึงมาจากการที่คล็อปป์เปิดพื้นที่ให้คนอื่นๆ ได้แบ่งปันเรื่องที่พวกเขารู้และทำได้ดีกว่าตัวคล็อปป์เอง

“ความมั่นใจของผมมันมากพอที่ผมสามารถให้คนอื่นมาเฉิดฉายอยู่ข้างๆ ได้ ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรเลย คุณต้องมีคนที่แข็งแกร่งกับความรู้ที่มากกว่าคุณอยู่รอบตัวคุณ ไม่ต้องทำเหมือนคุณรู้ไปซะทุกเรื่องก็ได้ บางเวลาคุณก็ต้องกล้าที่จะยอมรับว่าคุณไม่รู้อะไรเลย”

ขอเพียงเราเชื่อใจในกันและกัน

“คล็อปป์เหมือนเป็นพ่อของเรา” ทั้งเวอร์จิล ฟาน ไดค์และฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ สองนักเตะจากลิเวอร์พูลต่างก็เคยให้สัมภาษณ์แบบนั้น ถ้อยคำปลอบประโลม อ้อมกอดอบอุ่น และความใส่ใจที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนาม คืออีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเตะลิเวอร์พูลพร้อมจะสู้เพื่อคล็อปป์จนสุดตัว

เขาไม่เคยบอกทุกสิ่งที่เขาคิดให้นักเตะได้รู้ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ แต่คล็อปป์ไว้ใจนักเตะมากจนเชื่อว่าหากเว้นที่ว่างให้นักเตะได้มีอิสระในการเล่น เขาจะยิ่งเชื่อมั่นในตัวเองและสามารถดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่

โอลิเวอร์ เคิร์ช นักเตะจากดอร์ทมุนด์ อีกทีมที่คล็อปป์เคยเป็นผู้จัดการ ถูกส่งลงสนามในนัดสำคัญอย่างเกมที่พวกเขาต้องแข่งกับเรอัลมาดริด ในตอนนั้นนอกจากแฟนบอลดอร์ทมุนด์แล้ว แทบไม่มีใครรู้จักเคิร์ชเลย แต่เขากลับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ดอร์ทมุนด์ซึ่งใครต่างก็มองว่าเป็นทีมรองเอาชนะเรอัลมาดริดไปได้โดยไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว

“เมื่อผมรู้ว่าโค้ชเอาใจช่วยผมและคอยสนับสนุนผมโดยไม่มีข้อแม้ เมื่อผมรู้ว่าผมสามารถทำพลาดได้ เมื่อนั้นผมก็ไม่รู้สึกว่าถูกกีดกัน และสามารถทุ่มเททุกอย่างที่ผมมีไปกับมันได้”

คำพูดของเคิร์ชได้รับการพิสูจน์ด้วยทุกการแสดงออกของคล็อปป์ เขาปกป้องลูกทีมไม่ว่าจะในสนามหรือนอกสนาม แม้บางคนจะมองว่าพฤติกรรมการปกป้องลูกทีมของคล็อปป์นั้นออกจะล้นเกินไป มีบางนัดที่คล็อปป์เถียงกรรมการแทนนักเตะจนได้ใบเหลืองกลับมา มีบางคราวที่คล็อปป์ก็รักลูกทีมของเขาจนออกอาการหงุดหงิดให้เห็นหากมีใครมาวิจารณ์ ‘เด็กๆ’ ของคล็อปป์ แต่สำหรับนักเตะแล้ว พฤติกรรมเหล่านั้นคือแรงใจอันสำคัญให้พวกเขาไม่ท้อถอย  

ส่วนแฟนบอลนั้น คล็อปป์ก็ได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างแฟนๆ กับสโมสรขึ้นมาใหม่ “เปลี่ยนผู้ที่ยังเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นผู้มีศรัทธา” คือคำพูดของคล็อปป์ในช่วงแรกที่เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรลิเวอร์พูล และเขาทำได้จริง คล็อปป์เปลี่ยนให้ทีมกลางตารางตอนที่เขาเข้ามาทำงาน กลายเป็นทีมที่ในฤดูกาลที่แล้วมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ถึง 4 แชมป์ด้วยกัน แม้ในที่สุดลิเวอร์พูลจะสามารถคว้าแชมป์มาได้แค่ 2 รายการที่เล็กที่สุดจาก 4 รายการที่ว่า 

“ก็เราเริ่มจากทีมที่ต้องลุ้นให้ติดท็อปโฟร์ กลายเป็นทีมที่เสียใจเพราะได้แชมป์แค่ 2 รายการ” คือสิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลมักจะบอกเมื่อมีใครถามถึงเรื่องนี้ ขบวนแห่ฉลองชัยชนะยังคงจัดขึ้นอย่างใหญ่โต เหล่านักเตะและแฟนบอลต่างยิ้มแย้ม หัวเราะ ซ่อมแซมหัวใจที่ผิดหวังให้กันและกัน และพร้อมเริ่มใหม่ไปด้วยกันอีกหนในฤดูกาลหน้า

ล้มเหลวให้งดงามที่สุด

ฤดูกาลที่ผ่านมาลิเวอร์พูลไล่ห้ำหั่นคะแนนกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อย่างดุเดือด หากนัดสุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้แพ้หรือเสมอแอสตัน วิลล่า และลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะจากวูล์ฟเอาไว้ได้ พวกเขาจะได้แชมป์ฟรีเมียร์ลีกเป็นหนที่สองภายใต้การนำของเยอร์เก้น คล็อปป์

เสียงเฮจากลิเวอร์พูลดังกึกก้องเมื่อแอสตัน วิลล่าขึ้นนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถึงสองลูก แต่แล้วความหวังก็ถูกกระชากออกไปจากมือเมื่อจู่ๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ไล่บดคู่แข่งและขึ้นนำเป็น 3-2 ภายในเวลาไม่กี่นาที มันเป็นความผิดหวังที่แทบเกินจะรับไหวของนักเตะและแฟนบอลลิเวอร์พูล แต่โชคดีที่พวกเขายังมีเยอร์เก้น คล็อปป์

“ถ้าอยากชนะอย่างยิ่งใหญ่ เราก็ต้องเตรียมรับมือกับความพ่ายแพ้อันใหญ่ยิ่ง และนั่นคือสิ่งที่พวกเราทำในวันนี้” คล็อปป์ให้สัมภาษณ์สื่อหลังจบเกม “เราทำอะไรไม่ได้หรอกนอกจากทำให้ดีที่สุดและนั่นคือสิ่งที่เด็กๆ ทำในวันนี้ ผมภูมิใจในตัวพวกเขามากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว เขาแสนพิเศษกันจริงๆ”

คล็อปป์ปลอบประโลมใจนักเตะและแฟนบอลแบบนั้น และก็จริงอย่างที่เขาพูด แม้จะไม่ได้รับถ้วยพรีเมียร์ลีก แต่แฟนบอลและนักเตะก็ไม่อาจมองข้ามความตั้งใจและทุ่มเทของทุกคนได้ เพียงเท่านั้นก็เป็นเหตุผลให้ภูมิใจและดีใจแล้ว

คล็อปป์เชื่อในความพยายามและความหวัง เมื่อปี 2019 ลิเวอร์พูลต้องเผชิญหน้ากับบาร์เซโลน่าเพื่อลุ้นเข้าชิงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดแรกลิเวอร์พูลพบความพ่ายแพ้แบบขาดลอย 3-0 การจะเข้ารอบได้ลิเวอร์พูลต้องทำให้ได้อย่างน้อย 4 ประตูในนัดที่สองโดยที่ไม่เสียประตูเลย โดยขณะนั้นบาร์เซโลนามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่าอย่างชัดเจน แถมผู้เล่นตัวหลักของลิเวอร์พูลก็บาดเจ็บจนลงสนามไม่ได้กันหลายคน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คล็อปป์หมดหวัง

“กองหน้าที่ดีที่สุดสองคนของทีมเราลงแข่งไม่ได้ในวันนี้ แถมเรายังต้องยิงให้ได้ถึง 4 ประตู นั่นไม่ได้ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเลย แต่เราจะพยายาม ถ้าเราทำไม่สำเร็จ ก็มาล้มเหลวไปอย่างงดงามที่สุดด้วยกันนะ” คือสิ่งที่คล็อปป์บอกแฟนบอลก่อนแข่ง ผลการแข่งขันครั้งนั้นจบลงด้วยผลชัยชนะราวปาฏิหาริย์ของลิเวอร์พูล และในปีนั้น พวกเขาคว้ายูฟ่าแชมเปียนลีกส์มาเชยชมได้สำเร็จ

คล็อปป์เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Daily Mail ว่า “ผมไม่ใช่พวกที่เดินเข้ามาแล้วบอกว่า ‘นายมันไม่ได้เรื่อง’ ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมชอบให้โอกาสหนแรก หนที่สอง หรือแม้แต่หนที่สาม เพราะเราต่างเป็นมนุษย์ ถ้าผมถูกตัดสินตั้งแต่ครั้งแรก ผมก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว… ผมรับรู้ได้ถึงความหวังนะ ชีวิตมันควรเป็นแบบนั้น”

บางครั้งความสำเร็จของสโมสรสักสโมสร ผู้จัดการทีม นักเตะ หรือใครสักคน อาจต้องการแค่นั้น แค่มองเห็นคุณค่าแง่งามสักอย่างในตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องคิดว่าเราเก่งที่สุดในโลก แค่ใครสักคนที่เชื่อใจเราและรักเราแม้ในวันที่พ่ายแพ้ และแค่โอกาสหนแรก หนที่สอง หรือแม้กระทั่งหนที่สามเมื่อเราทำพลาดให้เราได้เริ่มใหม่ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

อ้างอิง

https://www.thisisanfield.com/2020/03/jurgen-klopp-sets-title-in-four-years-quote-straight-in-game-of-ludo-with-everton-fan/

https://trainingground.guru/articles/jurgen-klopp-five-lessons-in-leadership

https://www.goal.com/story/inside-the-managerial-mind-of-liverpools-jurgen-klopp/index.html

https://www.thisisanfield.com/2022/05/every-word-of-jurgen-klopps-inspiring-viral-speech-after-liverpool-title-loss/

https://www.thisisanfield.com/2019/05/video-jurgen-klopps-post-match-press-conference-liverpool-4-0-barcelona/

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-3771348/Jurgen-Klopp-m-not-saying-world-s-best-m-quite-good.html


Writer

123

ปัญญาพร แจ่มวุฒิปรีชา

ชอบดนตรีและชอบยุยงให้ทุกคนได้ทำในสิ่งที่ชอบ เชื่อว่าสิ่งใดเป็นแรงบันดาลใจได้ สิ่งนั้นดีเสมอ

Illustrator

123

กรกนก สุเทศ

เด็กกราฟิกที่สนุกกับการอ่านการ์ตูน ดูเมะ ชอบเล่าเรื่องและจำสิ่งต่าง ๆ ด้วยภาพมากกว่าตัวอักษร มองว่าหนึ่งในการเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้ผ่านสี รูปภาพ รูปทรง

Related Posts