Kotaro lives alone ถ้าร้องไห้เราจะไม่เข้มแข็ง แต่ถ้าเราไม่ร้องไห้ก็จะไม่เติบโต

  • โคท่าโร่เป็นเด็กวัย 4 ขวบที่ตัวเล็กและพยายามแสดงออกว่าเขาคือผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองได้ที่เก็บกระเป๋ามาเช่าห้องอยู่คนดียว
  • อย่าอ่อนแอ เตรียมพร้อมตัวเองอยู่เสมอ เพราะความอ่อนแอจะทำให้เราไม่เติบโต คือ สิ่งที่โคทาโร่อยากบอกเพื่อนวัยเดียวกัน
  • Kotaro lives alone จึงเป็นแอนิเมชันเล่าเรื่องราวว่า เด็กคือคนที่ร้องไห้ เสียใจ หัวเราะบ้างก็ได้ เพราะเด็กอยากพวกเขาก็ต้องการคนเคียงข้างเพื่อเข้มแข็งและเติบโต

“เด็กคนนั้นโชคดีจัง เขาคงไม่ต้องพึ่งการดูทีวีตอนกลางคืน เพราะถ้ามีคนอยู่ด้วยเขาก็คงไม่เป็นไร”

คำพูดจากน้ำเสียงเรียบๆ ของเด็กชายที่ชื่อว่า ซาโต้ โคทาโร่ (さとう コタロー) วัย 4 ขวบที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าตามลำพัง และเป็นที่มาของชื่ออนิเมะชื่อว่า ‘Kotaro lives alone’ 

แม้คำพูดข้างต้นจะดูเหมือนคำพูดแสดงอารมณ์รู้สึกน้อยใจตามภาษาเด็ก แต่เบื้องลึกกว่านั้น โคทาโร่ไม่สามารถแสดงความรู้สึกอย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาได้เหมือนกับเด็กสี่ขวบคนอื่นๆ 

แต่สำหรับ ‘คาริโนะ’ นักวาดมังงะเพื่อนบ้านห้องถัดจากโคทาโร่ ตอนเจอกันครั้งแรก เขามองว่าโคทาโร่เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เพราะโคทาโร่ชอบดูการ์ตูน ชอบพูดตามการ์ตูน เล่นดาบของเล่นเหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป

ทั้งสองคนเริ่มสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะเพื่อนบ้าน แต่คาริโนะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในตัวโคทาโร่ เด็กคนนี้ไม่เหมือนเด็กคนอื่น ลักษณะท่าทางที่ชอบแสดงออกมาว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ ไม่ชอบให้ใครมาปกป้องและไม่ชอบแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเอง ‘อ่อนแอ’

“เด็กอย่างเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเสมอ”

คำพูดที่ดูเหมือนผ่านชีวิตมาเยอะของเด็กสี่ขวบ ที่บอกกับเพื่อนวัยเดียวกันว่า อย่าอ่อนแอ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีพ่อแม่จะทำอย่างไร โคทาโร่ปลุกกำลังใจให้กับเพื่อน เพราะโคทาโร่คิดว่าความอ่อนแอจะทำให้ตัวเองไม่มีวันเติบโต

ทำไมถึงไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น ทำไมต้องโกรธที่มีคนปกป้อง ทำไมถึงต้องย้ายมาอยู่คนเดียว ทำไมถึงไม่สนุกเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ นี่เป็นคำถามที่คาริโนะได้แต่สงสัยที่บางครั้งก็ถามไปตรงๆ แต่บางครั้งก็ไม่กล้าถาม 

เนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ และเริ่มเผยให้เห็น ‘แผลใจ’ ของโคทาโร่ คาริโนะเริ่มรู้แล้วว่า เด็ก 4 ขวบคนนี้ที่เช่าห้องอยู่คนเดียว ทำกับข้าวคนเดียว ไปงานปฐมนิเทศเพียงลำพัง มีแผลใจจากครอบครัว แม้จะไม่ได้ถามแบบลงรายละเอียดมากนัก แต่คำพูดคำจาของโคทาโร่ก็พอจะทำให้รู้ว่า เด็กคนนี้โตมากับความเจ็บปวดทางด้านจิตใจ

“ทำไมถึงออกมาอยู่คนเดียวงั้นเหรอ… เพื่อที่จะเข้มแข็ง”

เหตุผลของการออกมาอยู่คนเดียวของโคทาโร่คือ อยากจะเข้มแข็ง ที่ผ่านมาทั้งคำพูดที่โตกว่าวัยและการอดกลั้นความรู้สึกจึงเป็นสิ่งที่โคทาโร่คิดว่าสามารถทำให้ตัวเองเข้มแข็งขึ้นได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ง่ายเลย ความรุนแรงในครอบครัวสร้างบาดแผลให้เด็กเสมอ ยิ่งเป็นความทรงจำที่ร้ายแรงเท่าไร บาดแผลในใจก็จะยิ่งลึกมากเท่านั้น ต่อให้เวลาจะช่วยเยียวยา แต่มันก็พร้อมกลับมาทำร้ายเราได้เสมอ

ด้วยวัยที่ยังไม่โต บวกกับความเชื่อใจหรือวางใจในครอบครัว ทำให้เด็กยังแยกแยะไม่ได้ว่าอันไหนผิดอันไหนถูก

ต่อให้พ่อใช้ความรุนแรงแค่ไหน ต่อให้คนเป็นแม่ไม่ใส่ใจเลยก็ตาม แต่เด็กก็ยังต้องการอยู่กับพ่อแม่อยู่ดี เพราะเมื่อไรที่ตัวเองเข้มแข็ง วันนั้นโคทาโร่ถึงจะกลับไปอยู่กับพ่อและแม่ได้ 

แต่ความรุนแรงในครอบครัวควรเกิดขึ้นกับเด็กอายุ 4 ขวบจริงๆ หรือ? บาดแผลทางใจสมควรให้เด็กเป็นคนรักษาด้วยตัวเองจริงๆ หรือ?

“ถ้าฉันไม่อ่อนแอ พ่อฉันก็คงไม่กลายเป็นคนเลว ดังนั้นถ้าเข้มแข็งขึ้น ฉันก็จะได้อยู่กับพ่ออีก”

แม้ที่ผ่านมาโคทาโร่รู้สึกโดดเดี่ยว แต่โชคดีที่โคทาโร่ยังมีเพื่อนบ้านอย่างคาริโนะคอยอยู่ข้างๆ เขาอยากเห็นโคทาโร่สนุกสนานและมีอารมณ์ที่อ่อนไหวเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ บ้าง แม้โคทาโร่จะปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้ร้องไห้แต่คาริโนะก็พยายามแสดงให้เห็นว่าบางครั้งแค่ทำตามความรู้สึกออกมาบ้าง ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้ เพราะมันไม่ใช่วิธีที่จะทำให้เข้มแข็งขึ้น 

การได้แสดงความรู้สึก จะดื้อ ซน ร้องไห้ งอแง หรือเกเรไปบ้าง อย่างไรโคทาโร่ก็สมควรได้รับความรักและความอบอุ่นจากคนรอบข้างอยู่ดี 


Writer

นภัสสร มหาวรรณ

โตมากับการได้ฝึกเต้นด้วยตัวเอง เชื่อว่าการพัฒนาของเราเกิดจากการได้เคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าท่องตำราเรียน และคิดว่าทุก ๆ ที่ควรมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมของวัยทีนแบบเรา ๆ

Illustrator

กรกนก สุเทศ

เด็กกราฟิกที่สนุกกับการอ่านการ์ตูน ดูเมะ ชอบเล่าเรื่องและจำสิ่งต่าง ๆ ด้วยภาพมากกว่าตัวอักษร มองว่าหนึ่งในการเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้ผ่านสี รูปภาพ รูปทรง

Related Posts