เรียนรู้ทักษะพิเศษนอกห้องเรียนผ่าน 7 ช่องดังจาก YouTube

  • โรงเรียนก็ปิด ไปเที่ยวก็ไม่ได้ แล้วจะมีทางไหน หรือวิธีการใด ที่จะช่วยให้การเรียนรู้ของเด็กยังดำเนินต่อได้
  • mappa แนะนำ 7 ช่องดังจาก YouTube ที่เหมาะกับเด็กทุกเพศทุกวัย หนึ่งตัวช่วยที่บรรเทาปัญหา เมื่อการเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน ทำทักษะบางอย่างต้องหดหาย
  • ชวนลูกทำอาหาร เล่นของเล่น สำรวจบ้าน และประดิษฐ์สิ่งของ ทักษะพิเศษที่ซ่อนอยู่ในกิจกรรมรอบตัว แม้อยู่แต่บ้านเด็กก็ยังมีพัฒนาการได้

จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้พื้นที่การเรียนรู้ของเด็กถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากการออฟไลน์สู่ออนไลน์ และพื้นที่การเรียนรู้ถูกจำกัดลงแค่เพียงหน้าจอคอมฯ ทำให้พัฒนาการและทักษะต่างๆ ของเด็กอาจถูกลดทอนลงไป ไม่ว่าจะเป็นการพูด การอ่าน การเขียน หรือแม้กระทั่งทักษะจากวิชาเรียน ที่บางครั้งการเรียนผ่านรูปแบบออนไลน์จากโรงเรียน ก็ไม่อาจช่วยให้เด็กเข้าใจได้เต็มร้อย 

เพื่อเติมเต็มทักษะในหลายๆ ด้านที่ขาดหายไป mappa ขอแนะนำ 7 ช่องดังจาก YouTube ที่เหมาะกับเด็กทุกเพศทุกวัย ซึ่งแม้จะอยู่บ้าน ก็สามารถช่วยเสริมพัฒนาการ และทักษะเหล่านี้ได้

ทั้งนี้ ขอกระซิบว่าบางช่องนอกจากจะเสริมสร้างทักษะพื้นฐานต่างๆ แล้ว ยังสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ และอาชีพในอนาคตได้อีกด้วย

Pattieeeeee: เทคนิคทำอาหารจากเด็กที่ไม่เด็ก

หากใครที่ติดตามรายการ มาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ (MasterChef Junior Thailand) คงคุ้นหน้าคุ้นตา และรู้จักน้องแพทตี้ หรือ เด็กหญิงชนัญชิดา พงษ์เพชร วัย 12 ปี เป็นอย่างดี เพราะเธอคือผู้ชนะ และเป็นมาสเตอร์เชฟจูเนียร์คนแรกของไทย ทั้งยังเป็นเจ้าของช่องยูทูบ ‘Pattieeeeee’ ที่มีคนติดตามถึง 300,000 กว่าคนอีกด้วย

ด้วยคาแรคเตอร์ที่สดใส ประกอบกับท่าทาง การสื่อสารที่ชวนให้ยิ้มตาม ทำให้การเรียนทำอาหารกับสาวน้อยคนนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อเลย อีกทั้งความรู้ สูตรอาหาร เทคนิค และทริคที่อัดแน่นทำให้ผู้ชมยังสามารถนำเอาไปพัฒนา และปรับใช้กับการทำอาหารของตัวเองได้อีกด้วย 

ตัวอย่างเช่น การหั่นเบค่อนสำหรับการทำสปาเกตตีคาโบนาร่า ให้หั่นเป็นชิ้นขนาดใหญ่ก่อน เพราะเมื่อเบค่อนโดนน้ำมันแล้วจะหดตัวเล็กลง และมีขนาดที่พอดี หรือการทำเส้นสปาเกตตีสด ต้องแช่แป้งไว้ในตู้เย็นไม่เกิน 1 ชั่วโมง หากนานกว่านั้นเมื่อนำออกมาประกอบอาหารจะทำให้แป้งเหลวเกินไป เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการทดลองทำอาหารแบบแปลกใหม่ เช่น ‘6 วิธีการหั่นหอมให้ไม่แสบตา’ ด้วยการนำเปลือกหอมมาทัดหู ใส่แว่นตากันน้ำ และนำหอมแช่ตู้เย็นแล้วนำมาหั่น  เพื่อดูว่าวิธีไหนบ้างที่ใช้ได้ผล 

นี่เป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากช่อง Pattieeeeee ที่ไม่ได้มีแค่วิธีทำอาหารเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนห้องครัวเป็นห้องทดลอง แล้วให้เด็กๆ เรียนรู้ สนุกสนาน และอิ่มท้องไปพร้อมกัน 

สนใจเทคนิคทำอาหารต่างๆ จากน้องแพทตี้ เชิญรับชมที่ Pattieeeeee

Dek Jew & Dr.Ko: เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องน่าทดลองรอบตัว

ทดลองวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนบ้านเป็นห้องแล็บกับช่อง Dek Jew & Dr.Ko หรือ เด็กจิ๋ว & ดร.โก้ ช่องวิทยาศาสตร์ที่ชวนทดลองจากสิ่งของรอบตัว เหมาะสำหรับเด็กทุกเพศทุกวัย

ด้วยวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีพื้นฐานจากการตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่การหาคำตอบ เด็กจิ๋ว & ดร.โก้ จึงช่วยขจัดเครื่องหมายคำถามในหัวของเด็กๆ ผ่านการทดลอง

ตัวอย่างเช่น ผีชาร์ลีชาร์ลีมีจริงหรือไม่ เป็นเกมที่นำกระดาษ A4 มาวาดตารางเป็น 4 ช่อง โดยสลับคำว่า YES และ NO จากนั้นนำดินสอมาไขว้กัน และเริ่มให้เด็กตั้งคำถามอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ชาร์ลีเป็นผีใช่หรือไม่ ชาร์ลีเป็นคนไทยใช่หรือไม่ เมื่อถามเสร็จ ดินสอก็จะหมุนและชี้ไปที่ช่อง YES หรือ NO ขณะที่ดินสอหมุนนั้น จะทำให้เด็กๆ ตะลึง และเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าเหตุใดดินสอจึงหมุนได้ 

จากนั้น ดร.โก้ ก็จะถามถึงความคิดเห็นว่าเป็นเพราะอะไร ก่อนเฉลยว่าเป็นเพราะการใช้ลมเป่าเบาๆ ของ ดร.โก้ เอง ก่อนตามมาด้วยการอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ ว่าเมื่อลมกระทบลงไปที่พื้นผิวกระดาษเรียบๆ ลมจะวิ่งไปตามพื้น เมื่อกระทบกับดินสอจะเกิดแรงให้ดินสอขยับ

จากเกมและวิธีการทดลองต่างๆ เหล่านี้ จะเสริมสร้างให้เด็กเกิดกระบวนการคิด และหาเหตุผลมาสนับสนุนคำตอบของตัวเอง ทั้งยังเป็นการช่วยให้พวกเขารู้จักสังเกต ตั้งคำถาม อันเป็นชนวนชั้นดีต่อการสร้างประกายไฟแห่งจินตนาการของเด็กๆ

สนใจดูวิธีการทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ทำได้ที่บ้านติดตามได้ที่ Dek Jew & Dr.Ko

PlayAcademy Thailand: ของเล่นที่ไม่ใช่แค่เล่นๆ แต่ช่วยให้เด็กได้คิดวิเคราะห์

PlayAcademy Thailand ช่องเสริมสร้างทักษะความคิดเด็ก ผ่านการเล่มเกมจากของเล่น โดย ครูปุ๊ก-ชลมาศ คูหารัตนากร ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบัน Play Academy

นี่คือช่องยูทูบที่ช่วยเสริมทักษะต่างๆ ให้เด็กไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน หรือการนำของเล่นมาทำเป็นเกม โดยแต่ละเกมและของเล่นต่างๆ จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป

ตัวอย่างเช่น เกม Tidy Up เกมสำหรับเด็กวัย 2-3 ขวบขึ้นไป ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก ด้วยลักษณะของเล่นที่เป็นกล่องกระดาษ พร้อมแผ่นรูปภาพสิ่งของต่างๆ โดยกล่องกระดาษจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเอาไว้ใส่รูปสิ่งของตระกูลไม้ ชั้นที่สองเอาไว้ใส่รูปสิ่งของประเภทยานพาหนะ หรือของเล่นที่มีล้อ และชั้นสุดท้ายรูปที่เป็นสิ่งของตุ๊กตา โดยก่อนเล่นผู้ใหญ่สามารถให้เด็กดูว่ารูปที่ปรากฏอยู่บนแผ่นภาพเรียกว่าอะไร แล้วให้เด็กๆ แยกประเภทสิ่งของตามชั้นต่างๆ เมื่อเสร็จแล้วจึงจะเปิดกล่องดูได้ว่าสิ่งที่เด็กๆ ใส่ลงไปนั้นถูกต้องตามประเภทสิ่งของหรือไม่ 

จากตัวอย่างเกมดังกล่าว เป็นการช่วยเสริมการวิเคราะห์ และแยกแยะประเภทของสิ่งต่างๆ ให้เป็น classification เพื่อให้เด็กเกิดความคิดอย่างเป็นระบบ และมีการวางแผนมากยิ่งขึ้น 

อีกทั้งจากการได้หยิบจับของเล่นจะเป็นการช่วยเสริม fine motor skills หรือกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่ช่วยพัฒนาสมองให้มีความคล่องแคล่วมากขึ้น 

นอกจากนี้ PlayAcademy Thailand ยังเป็นช่องยูทูบที่ให้คำแนะนำพ่อแม่ในการดูแลลูก ทั้งเด็กเล็กและโต ด้วยวิธีการมากมาย หากพ่อแม่ท่านใดสนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ PlayAcademy Thailand

VGameKids: ทายปัญหา ประลองปัญญากับเกมนานาชนิด

ช่อง VGameKids ช่องยูทูบรวมเกมลับสมอง ที่ชวนเด็กเล่นเกมตอบคำถาม ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ง่ายๆ แต่เสริมสร้างพัฒนาการและความรู้รอบตัวได้เป็นอย่างดี 

ตัวอย่างเช่น เกมทายเสียงสัตว์จากภาพ โดยการแสดงรูปภาพสัตว์มาสามชนิด แล้วให้เด็กฟังเสียงว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของสัตว์ชนิดใด อีกทั้งเกมทายรูปธงชาติ ที่ช่วยเพิ่มความรู้รอบตัวให้แก่เด็กๆ ว่ารูปธงชาติที่เขาเห็นนั้นเป็นของประเทศอะไร และเกมทายคำจากภาพ โดยการนำภาพสามภาพเป็นอย่างต่ำมาเรียงต่อกัน โดยเมื่อภาพเหล่านี้รวมกันจะเกิดคำใด โดยทุกเกมจะมีการจับเวลาประมาณ 10 วินาทีก่อนเฉลย 

จากเกมต่างๆ ข้างต้น จะช่วยให้เด็กใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ การไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน และการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ภายใต้เวลาที่กำหนด ซึ่งการกำหนดเวลา และกฎกติกาเช่นนี้ จะเป็นการฝึกให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการรับมือเมื่ออยู่ในภาวะที่กดดัน และเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้การเคารพกฎกติกาอีกด้วย

ทั้งนี้ช่อง VGameKids ยังมีเกมให้เด็กได้เลือกเล่นอีกมากมายกว่า 50 เกม ซึ่งหากผู้ปกครองท่านไหนที่สนใจ หาเกมเล่นกับลูกสนุกๆ ก็สามารถเข้าไปรับชม และเล่นเกมไปพร้อมกันได้ที่ VGameKids

The River and Wilder Show: ปิดตำรา ออกผจญภัยในห้องเรียนธรรมชาติ

แม้จะออกไปผจญโลกข้างนอกไม่ได้ แต่เด็กๆ ยังสามารถเรียนรู้โลกภายนอกได้ ผ่านช่อง The River and Wilder Show ของสองพี่น้อง ริเวอร์ (River) และ ไวล์เดอร์ (Wilder) ช่องยูทูบจากต่างประเทศที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ทำกิจกรรมนอกบ้าน พร้อมเรียนรู้ธรรมชาติที่หาได้ยากจากในห้องเรียน

การพาไปเที่ยวทะเล คือหนึ่งในตัวอย่างจากคลิปของพี่น้องทั้งสอง ที่การไปทะเลไม่ใช่แค่เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่เพื่อการเรียนรู้ด้วย เพราะพวกเขาได้ตระเตรียมอุปกรณ์ออกหาสัตว์ทะเลนานาชนิดกับครอบครัว เพื่อสังเกตว่าสัตว์ต่างๆ มีพฤติกรรมอย่างไร ลักษณะรูปร่างเป็นแบบไหน เรียกว่าอะไร ตัวไหนมีพิษ ตัวไหนกินได้ และตัวไหนที่ควรอนุรักษ์ไว้

จึงกล่าวได้ว่า นอกจากจะได้เรียนรู้สัตววิทยาจากเด็กๆ ทั้งสองแล้ว ผู้ชมยังได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดหากอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ไม่เพียงเท่านั้น The River and The Wilder Show ยังเป็นช่องที่สอดแทรกความรู้ทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย อย่างคลิป Maple Syrup Challenge!!! Kids make and eat syrup on EVERYTHING ที่สอนการทำเมเปิลไซรัปตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนจบ และให้ความรู้กระบวนการสังเคราะห์แสง (photosynthesis) ของต้นเมเปิล ที่รวบรวมน้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแสงแดดไว้ที่ใบ เพื่อผลิตเป็นน้ำตาล ก่อนเก็บกักน้ำตาลเหล่านั้นเอาไว้ที่ลำต้น เมื่อเราเจาะและใส่ spile หรือ อุปกรณ์สำหรับเจาะน้ำจากต้นไม้ จะทำให้ได้น้ำหวานจากต้นเมเปิลนั่นเอง

จากตัวอย่างทั้งสองวิดีโอดังกล่าว จึงกล่าวได้ว่าช่อง The River and Wilder Show เป็นช่องที่ช่วยสอดแทรกเกร็ดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กๆ และเสริมทักษะการช่างสังเกต ความกล้าคิดกล้าทำ และไม่กลัวที่จะรับมือกับสิ่งใหม่ๆ อย่างการพบสัตว์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

อีกทั้งการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้สัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ยังช่วยทำให้จิตใจอ่อนโยนมากขึ้น พร้อมเติมเต็มความรู้รอบตัว ที่บางครั้งเนื้อหาจากตำราในห้องเรียนก็ไม่อาจครอบคลุมได้ถึง 

แม้วันนี้ สถานการณ์โรคระบาดจะทำให้พ่อแม่ไม่สามารถพาลูกๆ ออกไปผจญภัยได้ แต่การประยุกต์โดยลดสเกลให้เล็กลงจากผืนป่ากลายเป็นสวนหน้าบ้าน ก็น่าจะพอให้โลกแห่งจินตนาการของเด็กๆ นั้นกว้างกว่าที่เป็นอยู่แล้ว 

อะไรที่สามารถเรียนรู้จาก The River and Wilder Show ได้บ้างไปติดตามกัน

Red Ted Art: ทักษะเล็กๆ เสริมสร้างรายได้

แม้โรงเรียนจะปิดเพราะต้องกักตัวอยู่บ้าน เด็กคนไหนกำลัง เหงา เบื่อหน่าย และไม่มีความสุข เพราะบางกิจกรรมที่เขาเคยทำนั้นหดหาย เราขอแนะนำช่องยูทูบ Red Ted Art ให้กับผู้ปกครอง และเด็กๆ ที่สนใจประดิษฐ์สิ่งของจากอุปกรณ์รอบตัว สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือที่เรียกกันว่า DIY (do it yourself) ที่อาจช่วยเสริมสร้างรายได้ให้พวกเขาได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้วยความยาวคลิปที่ไม่เกิน 15 นาที สำหรับสอนการประดิษฐ์ และสร้างสิ่งของต่างๆมากมาย อาทิ การสร้างกล่องใส่ดินสอตั้งโต๊ะจากเศษขากางเกงยีนส์เหลือใช้ โดยคลิปจะสอนตั้งแต่กระบวนการวัด ตัด เย็บผ้า และติดของตกแต่งน่ารักๆ มากมาย ที่ผู้ปกครองสามารถทำร่วมกันกับลูกๆ ได้ 

ทั้งนี้ การนำสิ่งของเหลือใช้ หรือสิ่งของที่มีตามบ้านมาสร้างเป็นสิ่งใหม่ นอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถนำมาสร้างรายได้อีกด้วย เช่น การสอนการทำนิตติ้ง (knitting) หรือการถักไหมพรมแบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องใช้ไม้ถัก แต่สามารถทำได้ด้วยนิ้วมือของตนเอง โดยช่อง Red Ted Art นี้จะมีกระบวนการสอนที่ค่อยเป็นค่อยไป และเข้าใจง่ายเพื่อปูพื้นฐาน ให้พวกเด็กๆ สามารถพัฒนาทักษะเหล่านี้ต่อไปได้อีกในอนาคต

ทักษะที่พวกเขาจะได้รับ คือความคิดสร้างสรรค์ ฝึกสมาธิ และความอดทนให้เด็กๆ อีกทั้งเมื่อผลงานสำเร็จลุล่วง จะยิ่งช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจ และมั่นใจ จากการมีผลงานเป็นของตัวเองอีกด้วย 

พ่อแม่ หรือเด็กคนไหนกำลังมองหากิจกรรมเสริมรายได้ที่ Red Ted Art

English Singsing: สนุกไปกับภาษาอังกฤษ ผ่านบทบาทสมมุติที่เด็กได้มีส่วนร่วม

English Singsing ช่องสอนภาษาอังกฤษจากต่างประเทศ 

ความโดดเด่นของช่องนี้คือ สีสันที่สดใสของภาพ และเพลงประกอบการเรียนรู้ ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ มีความสนุกสนานไปพร้อมกับการเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับเด็ก ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงประถมศึกษา ด้วยการนำเสนอที่ช่วยพัฒนาทักษะทุกด้านของภาษา ไม่ว่าจะการพูด ฟัง อ่าน และเขียน ถูกรวมไว้ในช่องเดียว 

เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น เราขอยกตัวอย่าง เช่น หากเด็กคนไหนต้องการพัฒนาทักษะด้านการฟัง สามารถคลิกเข้าไปดูคลิป ได้ในเพลย์ลิสต์ Dialogue Let’s Role-play ซึ่งจะเป็นบทสนทนาของเหล่าตัวละคร ที่สอดแทรกคำศัพท์พื้นฐาน และเข้าใจง่าย จึงทำให้แม้เด็กระดับอนุบาลก็สามารถรับชมได้ และเป็นการฝึกฟัง เพื่อให้ซึมซับคำศัพท์ และสำเนียงการออกเสียงที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ภายในคลิปยังมีคำบรรยายที่เป็นภาษาอังกฤษให้เด็กได้ฝึกอ่านไปพร้อมกับการฟัง เรียกได้ว่า หากเด็กต้องการทักษะการฟัง เขาจะเรียนรู้ทักษะการอ่านไปพร้อมกันได้เลย 

ส่วนทักษะการพูด บางคลิปจะมีการดำเนินเรื่องแบบบทสนทนาเช่นกัน แต่แตกต่างตรงที่ตัวละครเหล่านั้นจะไม่มีเสียงพากย์ ซึ่งยังคงมีคำบรรยายอยู่ เพื่อให้เด็กได้ลองสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆ เอง โดยการใช้เสียงตัวเองประกอบคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นการเสริมทักษะความกล้าแสดงออกให้เด็กได้เป็นอย่างดี
พ่อแม่คนไหนสนใจ อยากให้ลูกๆ สนุกสนาน และมีความสุขกับการเรียนภาษาอังกฤษ ก็สามารถรับชมได้ที่ ช่อง English Singsing


Writer

ธัญชนก สินอนันต์จินดา

บัณฑิตไม่หมาดจากรั้วเหลืองแดง ที่พกคำว่า ‘ลองสิ’ ติดหัวตลอดเวลา เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ชีวิตเกิดจากการไม่กลัวและลงมือทำเท่านั้น

Related Posts