Soft Power

อีกไม่นาน นานแค่ไหน “ผมจะสร้างโลกที่มีความสุขจากข้างในและกล้าใช้ชีวิต”​ เนม ปราการ ไรวา

  • “อีกไม่นาน นานแค่ไหน” คือซิงเกิลล่าสุดของ getsunova ที่พวกเขาออกจาก safe zone เพลงรักแล้วเปลี่ยนมาถ่ายทอดเรื่องจริงในสังคมจนหลายคนบอกว่า นี่คือเพลงที่พูดแทนใจคนรุ่นใหม่
  • บทสัมภาษณ์นี้น่าจะเป็นบทสัมภาษณ์แรกๆ ของเนม ปราการ ไรวา นักร้องนำวง getsunova ที่พูดถึงจุดเปลี่ยนของเขาในฐานะนักดนตรีและบทบาทพ่อที่อยากสร้างโลกที่ดีกว่าให้ลูก
  • “สิ่งที่สำคัญในการเป็นพ่อของเนมคือเราอยากจะโตไปกับลูก ให้ลูกไว้ใจว่าเราคือเพื่อนคนหนึ่ง” คือคำตอบของพ่อของลูกสาววัย 2 ขวบครึ่งที่ผ่านชีวิตบนเส้นทางดนตรีมามากกว่า 10 ปี

“อีกไม่นาน นานแค่ไหน”

คือ ซิงเกิลล่าสุดของ getsunova ที่พวกเขาก้าวออกจาก safe zone เพลงรัก แล้วถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคม จนหลายคนบอกว่า นี่คือเพลงที่พูดแทนใจคนรุ่นใหม่

“ในฐานะศิลปินหรือคนทำงานสร้างสรรค์ เพลงนี้ก็เป็นหนึ่งในกระบอกเสียง เป็น Soft Power ที่คนฟังแล้ว touch และสะท้อนหลายๆ อย่างที่คนอยากจะพูด อยากจะทำ”

คำตอบของ ‘เนม’ ปราการ ไรวา นักร้องนำวง getsunova เจ้าของเพลง “อีกไม่นาน นานแค่ไหน” ที่อยากจะใช้เพลงนี้สื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจ หลังจากพวกเขาอ่านและเห็นผู้คนในฐานะมนุษย์และประชาชน

นอกเหนือบทบาทนักร้องนำวง getsunova เนมคือพ่อของลูกสาววัย 2 ขวบครึ่ง เขาไม่ได้อยากเป็นพ่อของลูกอย่างเดียว แต่อยากเป็นเพื่อนที่ลูกสาวเขาจะไว้ใจและแชร์ทุกอย่างกับพ่อ

“สิ่งที่สำคัญในการเป็นพ่อของเนมคือเราอยากจะโตไปกับลูก ให้ลูกไว้ใจว่าเราคือเพื่อนคนหนึ่ง”

บทสัมภาษณ์นี้น่าจะเป็นบทสัมภาษณ์แรกๆ ของเนม getsunova หลังจากปล่อยซิงเกิลล่าสุด “อีกไม่นาน นานแค่ไหน” 

อะไรคือสิ่งที่ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ getsunova เดินออกจาก safe zone และอะไรที่ทำให้เนมอยากสร้างโลกที่ดีกว่าให้ลูก

ต่อจากนี้ คือ คำตอบของ ‘เนม’ getsunova บนเส้นทางดนตรีในช่วง 10 กว่าปีที่เปลี่ยนผ่านจากเด็กวัยรุ่นที่อยากมีวงดนตรีจนตอนนี้กลายเป็นคุณพ่อ

และเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มี ‘เรื่องนี้’ อยู่ในใจ อยากจะพูดออกมา และรอมานานแล้ว 

ตอนนี้ getsunova ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้ getsunova กำลังผลิตอัลบั้มที่ 3 ซึ่งอัลบั้มนี้จะปล่อยทั้งหมด 5 เพลง โดยคอนคอนเซปต์ของอัลบั้มก็จะเป็น Thailand culture ที่ไม่ใช่แบบที่ฝรั่งเข้าใจ แต่เป็น Thailand only ว่าคนไทยทำอะไร มีนิสัยใจคอยังไง ชอบทำอะไรก็จะเรียกอัลบั้มนี้ว่า Thailander ก็เป็นแบบ Thai pop culture เรามองว่าความเป็นไทยมีหลายมุมที่สนุกสนาน เราเลยเลือกพวงมาลัย มวยไทย ผ้าสามสี มาเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับคนดูคนฟัง

ในมิวสิควิดิโอ “อีกไม่นาน นานแค่ไหน” แฝงสัญลักษณ์อะไรไว้บ้าง

เพลงล่าสุดที่ปล่อย ใน mv เนื้อเพลง เราทำงานร่วมกับศิลปินคนหนึ่งชื่อว่า Uninspired by Current Events ซึ่งเขาจะทำภาพขึ้นมาวันละภาพ โดยแต่ละภาพจะสะท้อนสังคมข่าว ณ วันนั้นเลย ช่วงนี้ข่าวอะไรเขาก็จะหยิบประเด็นนี้มาทำเป็นภาพ ซึ่งเขาก็เอาเพลงเรามาตีความในแบบของเขา หรือ official MV ที่เพิ่งปล่อยไป ผมว่าก็น่ารักดีนะ ใน mv พูดถึงเด็กในโรงเรียน ซึ่งจริงๆ แล้วเด็กสมัยนี้เขาเห็นอะไรเยอะ เขามีความคิดที่ทันสมัย

อย่างเช่น สมรสเท่าเทียม same-sex marriage ซึ่งผมว่าเรื่องนี้กฎหมายน่าจะให้ผ่านได้แล้ว เพราะตอนนี้ต่างประเทศเขาก็ยอมรับกันหมด แล้วเรื่อง LGBTQ+ ก็เป็นเรื่องปกติ ยิ่งปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีเยอะมากในสังคมไทยก็น่าจะโอเคได้แล้ว หรือเรื่อง free speech ที่เราควรจะมีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรที่เราคิดได้ มนุษย์ควรจะมีสิทธิเท่าเทียมในการพูด

ในฐานะของคนทำเพลงและคนในวงการบันเทิง เราพูดได้แค่ไหน ขอบเขตการพูดอยู่ตรงไหน

ขอบเขตมีอยู่แล้ว จริงๆ แล้วคำว่า free speech มันไม่ได้ free speech 100% หรอก บางทีมันต้องอยู่ที่สถานการณ์และกาลเทศะ เพราะว่าถ้าเราพูดออกไป 100% ก็จะมีผลกระทบตามมาที่เราต้องรับมือ

everything has two opinion อยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตามจะมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเราอยู่แล้ว ไม่ว่าสิ่งที่พูดจะถูกหรือผิด เลยรู้สึกว่าแม้แต่ประเทศที่มี free speech ก็ยังมีคนมาเถียงหรือต่อต้านกันเลย เพราะฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าเรามองตัวเอง เราทำหน้าที่อะไรในสังคมนี้ 

เนมยังเป็นศิลปินที่เรายังต้องเคารพในกฎเกณฑ์ เราก็ไม่อยากจะไปทำลายกำแพงตรงนี้ออกไป 

ประสบการณ์ที่ผ่านมาส่งผลกับงานดนตรีของเนมอย่างไรบ้าง

จริงๆ แล้ว เพลงของ getsunova ปณตเป็นคนที่แต่งเพลง เขาจะมองเนมเลยว่าเนมเป็นคนยังไง เพราะเนมต้องเป็นคนสื่อสารแต่ละเพลง แต่ละ topic ที่พูดออกไป ถ้าเนมพูดหรือร้องเพลงนี้ออกไป คนจะอินไหม เพราะเนมก็มีหน้าที่เฉพาะของเนม หลายคนจะมองเนมว่าเป็นผู้ชายที่ผิดหวังในความรักมาก เศร้าจังเลย เขาจะรู้ฟังก์ชันว่าเนมพูดอะไรออกไป แล้วคนฟังจะเชื่อ หรือว่าจะอินด้วยอะไรเงี้ย ฟังก์ชันการทำงานของเนมกับปณต จะเป็นอย่างนี้ 

เขาจะมองคาแรคเตอร์เนมว่าเนมเป็นคนยังไง เป็นคนย้อนแย้งในตัวเองมาก ชื่อเพลงก็เลยแบบตรงข้าม คือแบบตัดสินใจไม่ถูกสักที จะเป็นอย่างนั้น มันก็สะท้อนออกมาในเพลงของเนมแต่ละเพลงหมดเลย ทำไมต้อง contrast ทำไมต้องตรงกันข้าม เพราะว่าตัวเนมเอง เนมเป็นคนอย่างงั้น (หัวเราะ) 

จากจุดแรกที่เริ่มทำงานเพลงมาจนถึงจุดนี้ คิดว่าตัวเองเติบโตหรือเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน

ผมว่าเปลี่ยนไปเยอะ การเป็นนักร้องได้พาเนมไปเจออะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ตั้งแต่เป็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งอยากมีวงดนตรี อยากออกเทป จนตอนนี้ฉันเป็นพ่อคนแล้วนะ (หัวเราะ) ชีวิตก็ค่อนข้างเจออะไรมาเยอะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา 

ตอนนี้เนมกำลังเป็นคุณพ่อของลูกสาว มีความยากง่ายอย่างไร

ตอนนี้ลูกสาวอายุ 2 ขวบครึ่ง กำลังขี้อ้อน เราก็หลง ถ้าเทียบเนมกับภรรยา เนมจะเป็นคนตามใจ ตอนนี้เขาก็สามารถสื่อสารกับเราได้แล้ว เมื่อก่อนที่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย เวลาเขาร้อง เราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร  ชอบอะไรไม่ชอบอะไร เวลาสอนอะไรเขาก็ฟัง แต่จะทำตามหรือเปล่าอันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ผมว่าเรื่องการสื่อสารเป็นอุปสรรคของการเลี้ยงเขาตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เริ่มเป็นการสื่อสารสองทาง เมื่อก่อนพูดไม่ได้ ร้องไห้ เราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ต้องเดา แต่ตอนนี้คือรู้แล้ว

ในเวลา 2 ปีครึ่งที่เลี้ยงลูกมา มีประสบการณ์ที่จำไม่ลืมไหม

มีเยอะมาก ไม่รู้ทำไมลูกผมจะมีเรื่องให้ตกใจตลอดเวลา อย่างเดือนแรกเหมือนท้องอืด แต่พอหมอบอกว่าลำไส้ระเบิด ไปเอ็กซเรย์มองไม่เห็นลำไส้เพราะเป็นลมหมดเลย หมอบอกว่าลำไส้ระเบิดแน่นอนต้องผ่าตัดเลยเดี๋ยวนั้น สำหรับผมคือใจสลายมันเป็น the worst moment of my life ว่าลูกตัวเล็กแค่นี้ต้องผ่าตัด แต่โชคดีที่คุณหมออีกแผนกหนึ่งบอกว่า ขอเอกซ์เรย์อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าลำไส้ไม่เป็นไร ไม่ต้องผ่าตัด ก็โล่งอก แต่ไปนอน ICU ไปเช็คทุกอย่างคือไม่สบายจริง แต่เหมือนจะติดเชื้อบางอย่างแทน 

ปีที่สอง ลูกตกจากบันไดเกือบ 3 เมตร คือ เนมเห็นกับตาเลย จังหวะที่ลูกวิ่งขึ้นบันไดเพราะบันไดมันไม่มีที่กั้น เขาวิ่งขึ้นมาแล้วก้าวพลาดตรงสเต็ปสุดท้าย แล้วก็เอียงเซ ตกแบบตุ้บเลย ลงพื้นแบบคอนกรีต ใจเราแบบไปแล้วตอนนั้น คือ ถ้าเป็นผู้ใหญ่มีต้องมีหัวแตก ตอนนั้นอยู่ทะเลไปโรงพยาบาลก็ครึ่งชั่วโมง คือเราก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรข้างใน เพราะไม่ได้มีเลือดออก แต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไรหรือเปล่า เราก็คุยกับเรนเป็นอะไรไหม คือ เขาตอบสนองเราได้อยู่ โชคดีมากที่เขาตีลังกามาแล้วโดนก้นก่อนนิดหนึ่งก็โชคดีเลยไม่เป็นไร ทุกปีต้องมีอะไร ก็กลัวมากปีหน้าจะมีอะไรหรือเปล่า

เป็นเรื่องยากทั้งสองเรื่อง ใจคุณพ่อตอนนั้นเป็นอย่างไร

มันแตกสลายอยู่แล้วเวลาเห็นลูกเจ็บป่วยหรือหกล้มหรือเจ็บนิดหน่อย แต่เราจะแสดงความอ่อนแอตรงนั้นไม่ได้เพราะในสถานการณ์นั้นเราต้องเป็นหลักของครอบครัวให้ได้ เขาจะเห็นเรา weak ไม่ได้ เพราะถ้าเขาเห็นเรา weak เขาก็จะไม่มีที่ยึดจับได้เลย คือ เราก็ต้องบอกว่าไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าข้างในเราจะเป็นจะตายแค่ไหน เราต้องฮึดสู้กับมัน

ช่วงที่ภรรยาคุณเนมท้องก็เป็นเรื่องที่ผ่านการปรับตัวอย่างยากลำบากเหมือนกัน คุณเนมซัพพอร์ทภรรยาอย่างไรบ้าง

ก็คือทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ภรรยาผมแพ้ท้องทุกวัน อาเจียนทุกวัน แบบเช้าเย็นเป็นเรื่องปกติ คือเขาหนัก จริงๆ ด้วยความที่ท้องแรก ต้องปรับตัวเยอะหน่อย ไม่สามารถทำทุกอย่างตามใจได้เพราะต้องระวัง แล้วเขาต้องเปลี่ยนจากคนที่ชอบพบปะสังสรรค์ต้องตัดเลย

ตอนที่ภรรยาท้อง เนมกลายเป็นคนใจเย็น ยอมทุกอย่าง รองรับอารมณ์ของทุกอย่างได้ดีมาก เหนื่อยแต่รู้ว่ามันเป็นหน้าที่ เราคือคน support ที่เขาต้องการ เพราะเขาไม่มีใคร เขาต้องเป็นคนที่ระบายกับเรา เราต้องรองรับอารมณ์ทุกอย่างของเขาให้ได้ กลายเป็นว่าตอนนี้เรายอมเขาน้อยกว่าตอนท้องอีก เพราะตอนนั้นทุกอย่างให้หมด แล้วก็ทำให้เราเข้าใจความเสียสละของแม่เราเองด้วยว่า ทำไมแม่ถึงเป็นห่วงเราขนาดนี้

แล้วหลังจากมีลูก วิถีชีวิตของคุณเนมกับภรรยาเปลี่ยนไปไหมคะ 

เปลี่ยนเยอะมากครับ จริงๆ เนมกับภรรยายัง keep ว่าตัวเองเป็นวัยรุ่นอยู่ ชอบสังสรรค์ ปาร์ตี้ทั่วไป แต่พอมีลูกแล้วก็ยังทำเหมือนเดิม พูดเล่น (หัวเราะ)

แต่จริงๆ ก็ยังทำเหมือนเดิม แต่น้อยลงไปเยอะ คือ เราเป็นคนที่ชอบเดินทางชอบไป explore ต่างๆ ไปเที่ยวหรือไปไหนกันสองคน แต่พอมีลูกแล้วเนี่ย เราจะมีข้อกำหนดเยอะขึ้น โดยเฉพาะคือ เรื่องค่าใช้จ่าย เลี้ยงลูกคนหนึ่งในยุคสมัยนี้สาหัสเหมือนกัน

กิจกรรมอะไรที่ชอบทำกับครอบครัว

ผมชอบพาเขาออกไปข้างนอก ไปดูอะไรใหม่ ๆ มีช่วงหนึ่งที่สงสารเด็กมากเลยที่ไปไหนก็ไม่ได้อยู่บ้านออกไปไหนไม่ได้เลย ตอนนี้เริ่มพาลูกออกไปได้แล้ว พาเขาไปตามที่ต่างๆ เช่น art gallery ไปมิวเซียม ไปนิทรรศการ บางทีผมอยากไปนั่งคาเฟ่ก็พาเขาไปด้วย 

ช่วงนี้ที่เพิ่งเริ่มทำ คือ ไปเรียนทำอาหาร เป็นคอร์สเรียนทำอาหารของเด็ก ทำเค้ก ทำคุกกี้ ทำอาหารเป็นเบสิค ซึ่งเราก็เรียนไปด้วยเพราะเราก็ทำไม่ค่อยเก่ง สนุกดี เขาก็ enjoy ดี แล้วก็พาไปฟาร์มไปดูวิธีการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม เขาก็สนใจ เป็น activity ที่เราไม่ได้ทำมานานแล้ว ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่ไปทำ

กิจกรรมไหนอีกบ้างที่อยากทำมานานแล้วแต่ไม่ได้ทำ แต่พอมีลูกแล้วไปทำกิจกรรมนั้นด้วยกัน

เหมือนไปนิทรรศการต่างๆ ไปมิวเซียม คือมันก็จะเป็นอะไรที่เราลืมไปแล้ว แล้วพอพาลูกไปเห็นสิ่งใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มันก็เป็นการ remind เรา educate เราใหม่อีกทีหนึ่งในเรื่องที่เราอาจจะลืมไปแล้ว

ช่วงนี้ออกอัลบั้มแล้วเนมก็มีลูกเล็กด้วย แบ่งเวลาอย่างไร

จริงๆ ก่อนมีโควิด เนมทัวร์เยอะมาก ไม่ค่อยอยู่บ้าน แต่มันเป็นงาน บางทีเราต้องไปทัวร์ต่างจังหวัดหรือร้องเพลงตอนกลางคืน ถ้าเกิดไปที่ไหนแล้วกลับบ้านได้ก็ตีรถกลับเลย 

บางทีเนมไปร้องเพลงที่บุรีรัมย์ร้องเสร็จประมาณตีหนึ่งตีสอง สมมติถ้าไม่เกิน 4-5 ชั่วโมง เนมกลับเลย เพราะเนมคิดถึงบ้าน คิดถึงลูก แบบตีสองแต่ฉันจะกลับ ฉันไม่อยากนอน ฉันคิดถึงลูก ก็กลับบ้านมาเจอภรรยาเจอลูก มันหายเหนื่อยกว่าการที่เราต้องไปนอนค้างคืนแล้วค่อยกลับอีกวันหนึ่ง 

เราอยากใช้เวลาทุกโมเมนต์ที่เราฟรีใช้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุด ช่วงนั้นทำงานบ่อยและทำงานกลางคืน เวลาไม่ค่อยตรงกัน ถ้าเราทำอะไรได้แล้วมันไม่เกินความสามารถเรา เราก็อยากจะมาเติมพลังให้ตัวเอง

จริงๆ แล้วอยากเป็นพ่อแบบไหน

เนมอยากเป็นเพื่อนกับลูก อยากให้ลูกเห็นแล้วไว้ใจที่จะเล่นหรือแชร์ทุกอย่างที่เขามีกับเรา เพราะเนมก็ไม่ได้เป็นพ่อที่ตั้งกฎกับลูกมากมาย เราก็อยากจะส่งเสริมให้เขาได้ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่สิ่งที่สำคัญในการเป็นพ่อของเนมคือเราก็อยากจะโตไปกับเขา ไว้วางใจว่าเราคือเพื่อนคนหนึ่ง

แล้วตอนเด็กๆ เนมเติบโตมาอย่างไร เพราะคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นนักธุรกิจด้วย

ยอมรับว่าเนมก็ถูกเลี้ยงแบบคุณหนูนะ เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจ S&P ก็ถูกเรียกว่า ‘คุณ’ มาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังถูกเรียกว่าคุณอยู่ พ่อแม่ก็ค่อนข้างตามใจ แต่เราก็ไม่ได้เป็นเด็กเกเร แค่ถูกเลี้ยงให้เป็นคุณชาย ก็เลี้ยงแบบสบาย

ตอนนี้เป็นพ่อแล้ว อยากให้ลูกเติบโตอย่างไร

ถ้าเลือกได้แล้วถ้าเนมพร้อม อยากพาลูกไปโตเมืองนอกหรือเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ อยากให้เขาได้รับอารยธรรมจากเมืองนอก แต่ก็ไม่อยากให้ขาดความเป็นไทย ยังมีเพื่อนคนไทย เป็นคนทันสมัยและทันโลก ไหวพริบดีกว่าเนม เก่งกว่าเนม ไม่ขี้เกียจแบบเนม ให้เขาเป็นคนที่successful ในชีวิตกว่าเนม 

ถ้าลูกโตในเมืองไทยอาจจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกได้น้อยกว่า 

อาจจะเข้าใจโลกได้น้อยกว่า แต่ยังไงก็มากกว่าที่เนมเจอมา เพราะเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ได้มากกว่าเนม เขาก็จะเห็นภาพได้เร็วกว่าเนม สามารถประกอบความคิดได้เร็วกว่าเนม มีความคิดของตัวเองได้เร็วกว่าที่เราถูกสอนมา 

ถ้าเนมสามารถสร้างโลกให้ลูกได้ อยากสร้างโลกแบบไหนให้เขาในอนาคต

เนมอยากให้เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ลูกจะมีความสุขจากข้างใน อยากจะเลี้ยงดูเขาให้มองโลกในแง่ดี มีความสุข สนุกกับชีวิต กล้าเผชิญกับปัญหา เพราะเนมเป็นคนเครียดและอาจจะสะสมความสุขให้ตัวเองไม่พอจนตอนนี้เจอเรื่องอะไรก็เครียดไปหมด

ทำให้โลกที่ผมอยากสร้างให้ลูก คือ โลกที่ลูกจะมีความสุขจากข้างใน อยากให้เขาใช้ชีวิตด้วยความสุขและสนุก อยากให้ลูกสะสมความสุขตั้งแต่เด็ก เพราะเมื่อเขาโตจะได้เอาความสุขมาต่อสู้กับทุกข์ที่เจอในอนาคตได้


Writer

ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์

ชอบดูซีรีส์เกาหลี เพราะเชื่อว่าตัวเราสามารถสร้างพื้นที่การเรียนรู้ได้ สนใจเรื่องระบบการศึกษาเเละความสัมพันธ์ในครอบครัว พยายามฝึกการเล่าเรื่องให้สนุกเเบบฉบับของตัวเอง

มิรา เวฬุภาค

Photographer

อนุชิต นิ่มตลุง

ถ่ายงานหลากหลายรูปแบบทั้งงานสตูดิโอ ภาพข่าว จนถึงสารคดี ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการเครื่องหนัง Dog's vision เพิ่งตัดสายสะดือเป็นคุณพ่อหมาดๆ เมื่อเมษาที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563)

Related Posts