touch

“มนุษย์ต้องไม่ทำกับมนุษย์ด้วยกันแบบนี้”​ พล.ต.ต.ปวีณ​ พงศ์สิรินทร์

  • “ผมไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่คนดีอะไร ไม่ต้องเอาผมมาเป็นแบบอย่างหรอก” พล.ต.ต.ปวีณ​ พงศ์สิรินทร์ ออกตัวว่า สมัยยศไม่สูงก็เคยวิ่งเต้น ชงกาแฟ แต่สุดท้ายก็ยกธงขาว เพราะมันไม่ใช่
  • สำหรับอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ความหมายของตำรวจที่ดีและมนุษย์ที่ดีแทบจะไม่ต่างกัน นั่นคือเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์
  • “ถ้ามันเกิดกับครอบครัวเราล่ะจะเป็นยังไง”​ พล.ต.ต.ปวีณ​ พูดถึงชาวโรฮิงญา สำหรับเขา ทุกชีวิตมีค่า และมนุษย์ต้องไม่ทำกับมนุษย์ด้วยกันแบบนี้

“ผมไม่พร้อม มันสะเทือนใจเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้” พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ตอบกลับมาอย่างสุภาพเมื่อเราขอสัมภาษณ์เรื่อง “กำลังใจ ครอบครัว คนที่รัก และความสัมพันธ์”​ 

แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ยินดีที่จะพูดคุย 

“How can human beings do this to one another :  มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกันแบบนี้ได้อย่างไร” พล.ต.ต.ปวีณ พูดประโยคนี้เมื่อภาพในสารคดี Thailand’s Fearless Cop ของสำนักข่าวอัลจาซีรา (รับชมคลิป https://youtu.be/76hxGsXN2EI) ดำเนินมาถึงตอนการขุดศพผู้เสียชีวิตชาวโรฮิงญา – เหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ 

mappa ตัดสินใจปรับประเด็นใหม่เพราะรู้สึกได้ถึงความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ในประโยคนั้น และตั้งสมมติฐานไว้ว่า มันน่าจะเป็น ‘เส้นเลือดใหญ่’ ของทุกสิ่ง ทั้งการใช้ชีวิตและหลักการทำงาน 

“ผมไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ใช่คนดีอะไร ไม่ต้องมาเอาผมเป็นแบบอย่างหรอก” การขอสัมภาษณ์หนนี้ปลายทางที่ออสเตรเลียยังไม่ตกลงง่ายๆ 

“ในเวลาที่หลายคนหมดหวังและหมดศรัทธาลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่รู้ว่าไม่ควรทำอะไรจากตัวอย่างไม่ดีซึ่งมีอยู่เต็มไปหมด แต่ตัวอย่างที่ดีนั้นเป็นอย่างไร มันน้อยเสียจนยากจะจินตนาการ” หนึ่งในเจตจำนงที่แจ้งผ่านเรียงความขอสัมภาษณ์ 

หากตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ ท้ายที่สุดแล้วมันจะแสดงผลด้วยตัวมันเอง 

“ไม่จำเป็นต้องเป็นฮีโร่เลย แค่ความคิดของคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถ้ามันทำให้อีกไม่กี่คน ไม่กี่กลุ่ม มีความหวังและอยากลุกขึ้นมาเชื่อและศรัทธาในเพื่อนมนุษย์อีกครั้ง นี่คือหน้าที่ที่บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้พึงกระทำ” เราลงท้ายเรียงความด้วยประโยคนี้ 

ผ่านไปหลายชั่วโมง….. 

“เห็นความตั้งใจ ยินดีครับที่จะให้สัมภาษณ์และเตรียมตัวอย่างดี” 

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้จึงเกิดขึ้น 

ที่มา : สำนักข่าวอัลจาซีรา

วัยเด็กของคุณปวีณ โตมาเป็นเด็กแบบไหนคะ ทำไมถึงอยากเป็นตำรวจ

(หัวเราะ) ผมมาจากครอบครัวใหญ่ ค่อนข้างยากจนมาก มีพี่น้อง 10 คน ผมเป็นคนที่ 5 พ่อแม่ก็ประกอบอาชีพทำสวน แล้วก็จ๊นจน บ้านสมัยเด็กๆ เป็นหลังคามุงจาก เวลาฝนตกก็หลังคารั่ว กางเกงเสื้อผ้าขาดแม่ก็ต้องปะ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เวลาอ่านหนังสือต้องจุดตะเกียง เรียนจนถึงม.ศ.5 นะถึงจะมีไฟฟ้าใช้ 

ชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้มาตลอด ทำงานหนัก มือนี่หยาบกร้านมากนะครับ ต้นไม้เนี่ยขึ้นได้หมด เป็นนักปีนป่ายตัวยงเลย ต้นหมากสูงเกือบสิบเมตร ผมนี่ปีนได้สบายมาก ทั้งเท้าเปล่าก็ได้ หรือมีปลอกที่แขนขาก็ได้  ผมฝึกมาหลายๆ อย่างตั้งแต่เด็กเลยทำให้ผมแข็งแกร่ง เวลาฝึกหนักในโรงเรียนนายร้อยฯ มันเลยไม่ระคายผมเท่าไหร่ (หัวเราะ) 

อีกอย่างทางบ้านก็ขัดสน พี่ๆ เขาก็เสียสละไม่เรียนหนังสือ ให้น้องๆ ได้เรียน ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้เรียน 

จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องตำรวจหรอก ใจลึกๆ ไม่ชอบตำรวจด้วยซ้ำไป 

 แต่ได้ข่าวว่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจเรียนฟรี ถ้าผมไปเรียนที่นั่นกับเรียนมหา’ลัย มหา’ลัยเสียตังค์เยอะ แล้วทางบ้านจะมีปัญญาส่งเหรอ เลยไปสอบแล้วก็เข้าไปเรียน เท่านั้นแหละครับ 

ไม่ได้อยากเป็นตำรวจด้วยเนื้องาน? 

ไม่ได้ชอบเลย ไม่ได้รู้เรื่องเลยครับ (ยิ้ม) เด็กบ้านนอกอะ หนังสือหนังหาก็ไม่มีอ่าน ต้องจุดตะเกียง ไปโรงเรียนกลับมาช่วยพ่อแม่ทำสวน  ตังค์ก็ไม่ค่อยมี จะไปค้นคว้าอะไร สมัยก่อนไม่กล้าไปไหนหรอกครับ เสื้อผ้าก็ไม่มี รองเท้าก็ไม่มี เวลาครูเขาบอกให้ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้ ผมไม่อยากไปเลยเพราะไม่มีชุด เราไปไหนมาไหนด้วยชุดนักเรียนนั่นล่ะ (หัวเราะ) นั่นคือชุดเรา 

แล้วเมื่อไรถึงจะชอบงานตำรวจ  

ก็ฝึกๆ ไป ยังไม่ถึงกับชอบ คือผมไม่ได้มาจากโรงเรียนเตรียมทหาร ผมมาจากโรงเรียนมัธยม เราฝึกไม่ทันเพื่อนที่จบเตรียมทหาร โดนลงโทษประจำเลย เฟอะฟะเลิ่กลั่กตลอด แต่สภาพจิตใจของเราที่มันเข้มแข็ง เราเลยสู้ ตอนนั้นเขาฝึกหนักมากนะ แต่ผมสู้ไหวเพราะว่าเราผ่านงานประจำที่บ้านมาหนักอยู่แล้ว 

ขึ้นต้นหมาก (หัวเราะ) 

ไอ้เรื่องขึ้นต้นหมากรากไม้นี่ผมชำนาญมาก รับรอง ผมแข็งแกร่งมาก พอเลิกเรียนมา ต้องไปขึ้นต้นหมากละ ต้องตัดทะลายหมากมาวางพาดไว้ที่หัวเข่านะ เราคาบมีดไว้ที่ปากแล้วก็ปีน มดก็มาเข้าหูเข้าตาเต็มไปหมด มันฝึกความอดทนเรา ถ้าเราทิ้งลงมาเนี่ย ทะลายหมากก็เกลื่อนไปหมด ทิ้งไม่ได้เพราะต้องเอาไปขาย มันฝึกให้เราแข็งแกร่ง อดทนต่อความทุกข์ทรมาน ผมชำนาญตรงนี้ 

แม่ผมสอนว่า ลูก จอบมันหนักกว่าปากกานะ คือให้ตั้งใจเรียน จริงๆ ผมไม่ใช่คนขยันอะไรหรอก ค่อนข้างจะขี้เกียจ ไม่ค่อยอ่านหนังสือ อ่านเฉพาะใกล้สอบเท่านั้นแหละ

แล้วมาชอบหรืออินกับการเป็นตำรวจตอนไหนคะ 

เป็นไปตามเนื้องาน ตอนเริ่มสอบสวนใหม่ๆ ผมก็ยังเลิ่กลั่ก เฟอะฟะ ครูพักลักจำ แต่พอเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกตัวเองเรียนรู้เร็วมาก พอเป็นร้อยตำรวจโท เขาก็ให้สอบสวนคดีใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย ปกติฆ่ากันตาย คดีสำคัญๆ เนี่ย จะต้องระดับสารวัตรขึ้นไป พันตำรวจตรีขึ้นไป ผมแค่ร้อยตำรวจโท แต่ได้เป็นหน่วยสอบสวนของจังหวัดแล้ว ผมเลยเริ่มสนใจ และศึกษาเรื่องการสืบสวนสอบสวนมากขึ้นเรื่อยๆ  

แล้วการสอบสวนมันตรากตรำ เหนื่อยมาก มันเป็นภาระที่หนีไม่ออกเลย บางครั้งผมสอบสวนผู้ต้องหา ผมไม่นอนเลยนะ พอสอบสวนเสร็จก็ไม่นอนทั้งคืน วันรุ่งขึ้นพาผู้ต้องหาขึ้นไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แล้วก็นำเอาภาพต่างๆ ไปล้างเพราะสมัยก่อนมันเป็นฟิล์ม แล้วเอารูปพวกนั้นมาตัดแต่งใส่ลงในสำนวน เขียนบรรยายแต่ละภาพ ต้องทำแข่งกับเวลา 2 คืนเนี่ยผมไม่ได้หัวไม่ถึงหมอนเลย แต่สมัยนั้นยังหนุ่มยังแน่น ไม่มีปัญหาอะไร สนุก เริ่มเข้าใจเรื่องการสืบสวนสอบสวนละ 

คุณปวีณยึดหลักอะไรในการสืบสวนสอบสวนแต่ละครั้ง  

เราเรียนมา วิชาการสืบสวนทำยังไง การสอบสวนทำยังไง การรวบรวมพยานหลักฐานยังไง กฎหมายลักษณะพยานยังไง เราต้องเข้าใจกฎหมายทั้งหมดนะ ซึ่งมันต้องอยู่ในหัวเรา ขึ้นอยู่กับเราต้องมาปรับใช้ยังไง ใช้ไหวพริบปฏิภาณในการทำงานยังไง และมีความอดทนมากน้อยขนาดไหน 

งานสอบสวนเนี่ย ถ้าคนไม่มีความอดทนจะไม่ชอบหรอกครับ ยกตัวอย่าง เราเข้าเวรอยู่แล้วมีคดีเข้ามา พอออกเวรแล้ว เรายังกลับบ้านไม่ได้ มันมีการบ้านต้องทำต่อ

ผมพูดตรงๆ เลยว่าทั้งชีวิตผมทุ่มเทให้งาน ไม่ค่อยดูแลครอบครัวเท่าไหร่ ที่ผมมาถึงวันนี้ได้ ผมต้องขอบคุณครอบครัวผมมากที่เสียสละ ไม่มาก้าวก่ายอะไรเลย ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลย ผมได้อุทิศเวลาทั้งหมดให้กับงาน

หลังๆ เนี่ย ผมนอนที่โรงพักตลอดทุกคืน ตอนนั้นเป็นรองผู้กำกับแล้ว ครอบครัวแยกไปอยู่ ลูกๆ มาเรียนกรุงเทพฯ จำได้ว่าผมไปอยู่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ตอนนั้นเป็นรองผู้กำกับแล้ว ไม่มีบ้านพักให้ บ้านหลวงเต็มหมด เลยไปเช่าบ้านอยู่กลางทุ่ง แต่ด้วยความที่ผมเป็นทั้งสืบสวนด้วย สอบสวนด้วย เดินทางจับกุมคนเยอะแยะมาก จนมีคนมายิงปืนหน้าบ้านผม คนก็เตือน เฮ้ย อย่านอนที่บ้านเลย มันอันตราย กลางค่ำกลางคืนเดี๋ยวเป็นอะไรขึ้นมา ไม่มีใครช่วย เพราะอยู่คนเดียว ตอนหลังผมก็เลยมานอนโรงพักดีกว่า เอาเก้าอี้มาต่อๆ กันแล้วนอน ทำอย่างนั้นมาตลอด พอตีห้าลูกน้องก็มาปลุก ออกไปกวาดล้างจับกุมพวกยาเสพติด อาวุธปืนเถื่อน คดีอุกฉกรรจ์ต่างๆ ทำอย่างนี้ทุกวัน พอลูกน้องไปกินกาแฟ ก็กลับไปอาบน้ำที่บ้านเช่าแล้วมาทำงานต่อ ค่ำๆ เราออกตระเวนอีกรอบหนึ่ง สี่ห้าทุ่มเราก็แยกย้ายกลับมานอนที่โรงพัก นี่คือชีวิตบางส่วน 

อะไรทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานหนัก และทุ่มเทให้มันมากขนาดนี้ 

ผมไม่มีเส้นไม่มีสาย เป็นลูกชาวบ้าน แล้วระบบราชการมันลูกท่านหลานเธอ ระบบอุปถัมภ์เยอะมาก ถ้ามีพรรคพวกไม่ต้องทำงานมากหรอก คุณก็ก้าวหน้าละ ไอ้เราเนี่ยลูกชาวบ้านจะไปหาเส้นสายที่ไหนวะ (ยิ้ม) วิ่งไปหาผู้ใหญ่ก็ไม่เป็น

แล้วผมเป็นคนที่… พูดตรงๆ นะ มันรู้สึกเคารพตัวเอง มีศักดิ์ศรีของตัวเราเอง อยู่ๆ ไปรับใช้ ทำไม่เป็น ผมไม่เอา  ผมทำงานหนักดีกว่า เพื่อให้ตัวเองก้าวหน้า จะได้มีเงินเยอะๆ เอาไปดูแลครอบครัว เอาไปดูแลพ่อแม่ ผมถึงได้ทำงานหนักมาก 

เพราะฉะนั้นประวัติการทำงานผมจึงโดดเด่นมาก ผมได้รับรางวัลตลอดนะครับ ปีแรกที่ผมได้เป็นพนักงานสอบสวนดีเด่น ผมจะได้มีโล่ห์ในชีวิตครั้งแรก ซึ่งผมฝัน เห็นเขามีกันผมก็อยากมี (ยิ้ม) ผมดีใจมาก แต่วันนั้นลูกน้องไปจับอะไรสักอย่าง ผู้กำกับโกรธผมมากเลย สั่งให้ไปถอนการเป็นพนักงานดีเด่นของผมออกไป ปีนั้นผมเลยไม่ได้ เนี่ย ผมเจออะไรอย่างงี้มาตลอด ทำงานหนักแล้ววิบากกรรมเยอะ ทั้งตกเป็นจำเลยที่ถูกฟ้อง ถูกร้องเรียนก็เยอะ ศัตรูก็มาก เต็มไปหมด ชีวิตไม่มีความสุขอะไรนักหนาหรอกครับ (หัวเราะ) 

ที่บอกว่าไม่มีความสุข แต่เหมือนกับว่ามันมีแรงอะไรไม่รู้ในการทำงาน มันคืออะไรที่ผลักไปให้สุดขนาดนี้ 

แรงผลักของผมคือ ฐานะทางบ้านไม่ดีพอด้วย เราต้องทำงานตรงนี้แลกกัน ผมพยายามวิ่งเต้นเหมือนกันนะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ (หัวเราะ) พยายามหาตั๋วเหมือนคนอื่นเขาเหมือนกัน ผมไม่ดีอะไรหรอก วิ่งไปหาผู้หลักผู้ใหญ่นะ ไปไหว้ ลองมาหมดแล้ว เขาทำอะไรก็ทำตาม แต่เราไม่เก่ง ศิลปะการพูดจาหว่านล้อมเราก็ไม่เป็น เอาอกเอาใจเจ้านายก็ไม่เป็น 

ครั้งหนึ่งสมัยเป็นร้อยตำรวจ นายตำรวจผู้ใหญ่เขาไปสังสรรค์เล่นไพ่กัน ผมก็ตามสารวัตรไป สารวัตรบอก ไปชงกาแฟให้เจ้านายหน่อย พอผมไปชงกาแฟแล้วเอาไปให้ มีนายตำรวจคนหนึ่งบอกว่า ไอ้ห่า โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังชงกาแฟไม่เป็นอีก 

ผมคิดว่าไม่รุ่งแน่ละ ขัดหูขัดตา เก้งก้างไปหมด ทำงานดีกว่าเว้ย น่าจะรุ่งกว่า 

ตอนเป็นผู้น้อย ถ้าเราไม่ทำเราโดนแน่เลย ถูกย้าย ไอ้ความรู้สึกตรงนี้ มันบีบคั้นเรามาก ขัดต่อความรู้สึก เราเป็นลูกน้องเขา เราไม่สามารถมีปากมีเสียง เราทำอะไรเขากลั่นแกล้งเราได้ แต่พอเป็นสารวัตร เรามีลูกน้อง เราสั่งลูกน้องและตัวเราเองได้

มีคดีหนึ่งที่ผมประทับใจ ตอนนั้นผมเป็นพันตำรวจตรี เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์ถูกยิงตายกลางตลาด ไปเจอกระดุมเม็ดหนึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ผมใช้กระดุมเม็ดเดียวสืบจับได้หมดเลยทั้งมือปืน ผู้จ้างวานฆ่า ทั้งกระบวนการเลย ร้อยตำรวจเอกเป็นผู้จ้างวานฆ่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาตัดสินประหารชีวิต เป็นสำนวนที่ผมได้รับคำชื่นชม ผู้เสียหายประทับใจ แต่ขณะเดียวกันมันมีตำรวจบางส่วนด่าผม เอ้า ทำไมไม่ช่วยตำรวจวะ ผมบอกว่า ใช่ ผมรักตำรวจ ทำไมผมจะไม่รักแต่ตำรวจเลวๆ  ผมจะเลี้ยงไว้ทำไม 

ผมเคยสาบานกับตัวเองไว้ ผมจะต้องเป็นตำรวจที่ดีให้ได้ เพราะการที่ผมเติบโตมาแล้วเห็นประชาชนเดือดร้อน ลองนึกถึงใจเขาใจเราสิว่าถ้าเป็นครอบครัวเราจะเป็นยังไง เราทำหน้าที่นี้ไปเพื่ออะไร 

แต่จริงๆ แล้ว ช่วงทำงานผมก็ขัดสนนะ เงินๆ ทองๆ ก็แทบจะไม่ค่อยพอ ไม่ได้สบายเท่าไหร่ อยู่แบบกระท่อนกระแท่น แล้วเขาก็ให้รับผิดชอบแต่งานสืบสวนสอบสวนมาตลอด ไม่เคยย้าย การทำงานแบบนี้มันทำให้มีความผูกพัน แล้วก็เกิดความชำนาญ ผมจะจำหลักกฎหมายได้ค่อนข้างแม่นยำ เวลาผมตรวจสำนวน อ่านไม่กี่ทีผมก็เห็นประเด็นหมด มองทะลุ คดีนี้จะต้องไปยังไง จะวางยังไง ทำให้เรามีพื้นฐานที่แน่น  เรารู้ว่าจะวางแผนการสอบสวนให้คดีมันบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ได้อย่างไร

ตำรวจที่ดีในความหมายของคุณปวีณ เป็นอย่างไร 

ตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมาย กฎหมายต้องให้ความยุติธรรมกับประชาชน ต้องยุติธรรมกับตัวเอง ยุติธรรมต่อสังคม ยุติธรรมต่อทุกคน ไม่มีการลำเอียงเลือกที่รักมักที่ชัง บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่ไปกลั่นแกล้งเขา ไม่สร้างหลักฐานเท็จทั้งต่อหน้าและลับหลัง 

ผมยืนยันนะครับว่า ผมไม่ทำหลักฐานเท็จโดยเด็ดขาด จะทำอะไรต้องมีหลักฐานมาสนับสนุน จะต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตัวเอง มีจรรยาบรรณเป็นข้อๆ เลยนะ ซึ่งมันยาว ไม่ต้องพูดดีกว่า (ยิ้ม) 

ที่มา : สำนักข่าวอัลจาซีรา

ถามจากคนวงใน ทำไมระบบข้าราชการตำรวจมันอยู่ได้ด้วยการวิ่งเต้น แค่ทำตามหน้าที่แล้วสุขสบายดีอย่างปกติไม่ได้เหรอคะ 

ไม่มีทางได้ ถ้าไม่ทุ่มเททำงานหนักให้โดดเด่นไม่มีทางเลย เนื่องจากสังคมเราเป็นสังคมอุปถัมภ์ ระบบพรรคพวก ไม่ใช่เฉพาะตำรวจหรอกครับ ตอนนี้ระบาดไปหมดทั้งราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ ศาล ผมยืนยันได้หมด ฝ่ายปกครองนี่วิ่งเต้นจ่ายตังค์กันเป็นกิโลๆ วัดเป็นน้ำหนักเงินเลย ไม่เช่นนั้นแล้ว จะไม่มีการรวบตำแหน่งให้ผบ.ตร.เป็นคนแต่งตั้งได้คนเดียวหรอก

เคยคุยเรื่องนี้กับครอบครัวไหมว่าจะเลือกชีวิตแบบนี้  

ไม่ต้องถามหรอก เขารู้  ไม่เคยเรียกร้อง เด็กๆ ไม่เคยขอของขวัญจากผม ผมไม่เคยจัดงานวันเกิด  ผมรังเกียจมาก แต่ปรากฏว่าตอนปีใหม่เนี่ย บรรดานักธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน เอาของขวัญ เอากระเช้ามาให้เต็มห้องเลย 

เราจัดงานวันเด็ก ผมก็เอาของขวัญทั้งหมดไปให้ลูกน้องจับฉลาก ก็ซื้อใจลูกน้องบ้างนะ ตอบแทนเขา จริงๆ ผมเป็นคนเจ้าระเบียบมากเลยนะ บุหรี่มวนหนึ่งทิ้งบนโรงพักเนี่ย ผมเอาตายเลย

ผมไม่ได้ไปกินเหล้าเฮฮาปาร์ตี้ ไม่เคยไป ไปกินข้าวทีผมก็รีบกลับมาละ นั่งดูงานละ นี่คืองานเพราะผมสาบานไว้ว่าผมเหยียบแผ่นดินไหน แผ่นดินนั้นต้องสงบสุข ผมจะทำให้ประชาชนเขามีความสุขเท่าที่ผมจะทำได้ 

ตอนที่ทำงานได้เจอครอบครัวบ้างไหมคะ 

เวลาผมกลับบ้านเนี่ยก็คือมาราชการ ประชุม ก็แวะ มีบ่อย ผมเชื่อมั่นแม่บ้านว่าเขาดูแลลูกดีครับ 

คดีโรฮิงญา ในคลิปคุณปวีณพูดหลายครั้งว่ามันต้องเห็นอกเห็นใจกัน ไม่ว่าจะเนื้องานเล็กหรือใหญ่ก็ตาม โดยเฉพาะคดีค้ามนุษย์  ทำไมเราถึงปล่อยผ่านเรื่องนี้ไม่ได้ 

เวลาผมเข้าเวรมีคนมาแจ้งความ เขาแจ้งว่ามีการแขวนคอตาย เราก็ไปดู โอ้โห สลด ถูกแขวนอยู่สภาพลิ้นห้อย ตายมาหลายวันส่งกลิ่นเหม็น ต้องส่งไปชันสูตร บางทีมีคดีฆาตกรรมกัน ผัวเมียหึงหวง ใช้พร้าฟันศีรษะออกเป็น 2 ซีก เลือดกระจายเต็มห้อง เราก็เห็นชีวิตมนุษย์นะ 

ที่หนักข้อที่สุดคือ ช่วงสึนามิ ตอนนั้นผมอยู่ภูเก็ต โห ศพเกลื่อนเต็มไปหมด ผมเคยไปทำคดีเครื่องบินตกที่สนามบินภูเก็ต ศพเรียงกัน 7 – 10 ศพ มันสังเวช รู้สึกหลายอย่าง

ตอนนั้นเป็นรองผู้กำกับ ไปจับยาเสพติด ที่หมู่บ้านติดยาเสพติดกันเต็มไปหมด ผมก็เอากำลังไปจับประมาณ 10 กว่าคน เข้าไปจับคนส่งยาได้ ปรากฏว่าชาวบ้านมาล้อมพวกเรา เตะ ต่อย กระทืบ ลูกน้องจะยิง ผมสั่งอย่ายิง ถ้าเขาจะชิงก็ให้เขาชิงไปเพราะเขามาเยอะมาก มีทั้งมีดพร้า ผมสั่งลูกน้องว่าอย่าทำ ชีวิตมนุษย์มันมีค่า จนชาวบ้านชิงผู้ต้องหาไปได้ ผมกลับโรงพักมาค่อยแจ้งความออกหมายจับ ตอนหลังมามอบตัวเลยไม่มีการสูญเสีย

อาจจะไม่สะใจ จริงๆ ผมบู๊ล้างผลาญมาก แต่ถึงเวลานิ่งเราก็จะนิ่ง ชีวิตของแต่ละคนมันจะเป็นอย่างนี้ 

พอมาถึงคดีค้ามนุษย์ คือเอาคนไปขาย ขายไปเป็นทาส มีพยานปากหนึ่ง เขาบอกว่าถูกขายไปที่เรือประมง อยู่ในเรือมา 6 ปี ไม่เคยขึ้นฝั่งเลย ไม่ได้รับเงินค่าจ้างด้วย ถูกใช้งานอย่างทาส จนกระทั่งตำรวจไปจับ เขาถึงเป็นอิสระ รอดชีวิตมาได้ แต่บางคนไม่รอด ถูกฆ่าแล้วเอาไปฝัง ผมเห็นความโหดเหี้ยมของมนุษย์กลุ่มนี้ 

ชาวโรฮิงญาเขาได้รับความเดือดร้อนก่อนนะ เพราะเขาอยู่ประเทศเขาไม่ได้ เขาก็ต้องไปตายเอาดาบหน้า แทนที่จะดูแลเขาตามหลักมนุษยธรรม คุณกลับฉวยจังหวะเอาตัวเขามากักไว้เพื่อเอาไปขาย หรือเรียกค่าไถ่ ข่มขืน ทรมานเขาทุกอย่าง ถ้าหนีก็ยิง ก็ฆ่า แล้วเอาไปฝัง สภาพมันรันทด มันทุกข์ทรมานมากกว่าจะตาย ชีวิตคนมันตกนรก เหมือนคนไม่มีจิตวิญญาณ

ในสนามนี้ บอกเลยว่าอย่ามารบกับผม ผมไม่แพ้คุณแน่นอน ไม่ได้ท้า เพราะนี่คือของจริง นี่คือความบริสุทธิ์ นี่คือความเป็นธรรมที่จะต้องมอบให้กับคนที่ได้รับความทุกข์ทรมาน ผมต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนเหล่านี้ คนเป็นแสนที่ตกเป็นเหยื่อกระบวนการเหล่านี้ นี่คือปณิธานของผม

ผมเองถ้าไม่หนีออกมา ผมก็มีแค่ร่างกาย แต่จิตวิญญาณไม่มี ผมพูดไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมพูดได้ ถามว่ามันลำบากไหม แน่นอนมันไม่สบายหรอกครับ แต่ประสบการณ์ ความชำนาญในหน้าที่ มันทำให้ผมเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ทุกชีวิตมีค่าหมด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ยิ่งผมมาอยู่ที่ออสเตรเลีย ยิ่งยืนยันว่ามนุษย์ทุกชีวิตมีค่า

ที่มา : สำนักข่าวอัลจาซีรา

ถ้าเปลี่ยนจากคำว่า ‘ตำรวจ’ เป็น ‘มนุษย์ที่ดี’ สำหรับคุณปวีณ มนุษย์ที่ดีเหมือนตำรวจที่ดีไหม

แบบเดียวกันเลย คุณจะต้องไม่เอาเปรียบ ไม่เบียดเบียนกัน ต้องมีความเห็นอกเห็นใจกัน คอยช่วยเหลือกัน ตักเตือนกันถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไรผิดพลาดลงไป ไม่ต้องลึกซึ้งระดับผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติธรรม ถือศีล (หัวเราะ) ให้มีความเป็นมนุษย์รู้ผิดชอบชั่วดี เห็นค้ามนุษย์ไหม ตอนนี้ตายกันเกลื่อน คุณยังทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย  

ตอนนี้ผมฝากหลักฐานไว้ที่ธนาคาร ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารทุกแห่งเห็นแก่ประเทศชาติ ต้องเอาหลักฐานนี้มาเปิดให้ดู แล้วก็จะเห็นว่าเงินค้ามนุษย์มันไปซุกที่บัญชีใคร 

ในคลิปมีประโยคหนึ่งที่คุณปวีณพูดว่า มนุษย์ทำกับมนุษย์แบบนี้ด้วยกันได้ยังไง (How can human beings do this to another) วันนี้ได้คำตอบหรือยัง 

ก็มันไม่ใช่มนุษย์ไง พวกนี้ของปลอมทั้งนั้น ไม่เคยเห็นคนอื่นเป็นมนุษย์ ไม่เคยเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน 

ตั้งแต่ลี้ภัย อะไรคือพลังหรือแรงสนับสนุนสำคัญของคุณปวีณตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

ครอบครัวผมครับ ครอบครัวผมสำคัญที่สุด ผมอยู่เพื่อครอบครัวผม อยู่เพื่อพ่อ เพื่อญาติพี่น้อง ถ้าไม่มีพวกเขาผมไม่สามารถอยู่ได้หรอกครับ

แล้วอีกอย่าง ชุมชนที่นี่ (ออสเตรเลีย) โอบอุ้มผม ดูแลผม ในสารคดีมีเพื่อนรุ่นพี่ชื่อคุณโนแวน เป็นคนที่น่ารักมาก จิตใจดีมาก บริสุทธิ์ เขาบอกผมว่า เราอาจจะสีผิวไม่เหมือนกัน สีผมไม่เหมือนกัน อะไรก็ไม่เหมือนกัน เพราะเราต่างเชื้อชาติ แต่เมื่อกรีดเลือดออกมา เราสีแดงเหมือนกัน เพราะงั้นเราเป็นญาติกัน ผมก็นับถือเขาเป็นพี่ พี่ก็นับถือผมเป็นน้อง respect ซึ่งกันและกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ผมไปที่ไหนๆ หลายแห่ง เขาต้อนรับขับสู้ โดยเฉพาะที่นี่ถือว่ามนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่มีใครเหลื่อมล้ำสูงต่ำกว่ากัน ยิ่งคนพิการ เด็กๆ จะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างยิ่ง มีระบบที่ดีมาก

อยู่ที่นี่ผมไปทำงานเยอะมากเลย ไปเป็นอาสาสมัครทำงานที่โรงพยาบาล ไปทำงานที่วัด แล้วโชคร้ายตกมาจากหลังคา เจ็บแขนมาก ทรมานมาก ตอนนั้นยังไม่ได้สิทธิ์อะไร เงินรักษาก็ไม่มี ลำบากมาก ภาษาก็ไม่ได้ ใหม่ๆ ต้องใช้ interpreter หมดแหละ (หัวเราะ) รำคาญตัวเองจริงๆ ทำไมฟังไม่รู้เรื่อง ทำไมโง่จัง คงเพราะไปทุ่มเทเวลากับเรื่องงาน 

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นอย่างไรบ้าง 

ผมดีใจมากที่ออกมาแล้วประชาชนเขายืนอยู่ข้างเรา 99 เปอร์เซ็นต์เลยถ้าไม่โกหกตัวเองนะ ผมอ่านแล้วผมก็ขอบคุณนะ รู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนมันหลั่งในตัวเอง ทำให้กระชุ่มกระชวย บางทีไม่นอนไปทำงานก็มีแรง (ยิ้ม) 

สงสัยผมต้องกินยาแก้อักเสบ ระงับอักเสบหน่อยหน้ามันบาน (หัวเราะ) ไม่เคยเกิดขึ้นมาในรอบหลายปี 

เวลาผมเจอฝรั่ง เขาจะบอกให้ผม you so proud for you have done ให้ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ตอนนั้นผมไม่รู้สึก proud อะไรเลย มันหดหู่ไปหมดทุกอย่าง

ตอนนี้ผมรู้แล้วที่เขาพูดน่ะ อารมณ์มันเป็นอย่างนี้เอง มัน proud จริงๆ เพราะตอนที่ผมทำงาน มีแต่คนด่า ไม่มีคนชม เจ้านายเรียกไปด่า เราทำถูกเปล่าวะ แต่ผมก็ยืนหยัดในหลักการที่ผมทำ ไม่เคยไขว้เขว ไม่เคยสั่นคลอน 

อำนาจในวันที่เป็นรองผู้กำกับฯ ถ้าอำนาจนั้นมาพร้อมกับความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันจะเป็นอย่างไร 

คือ เห็นอกเห็นใจผู้ที่เสียหาย ขณะเดียวกันก็ไม่ไปซ้ำเติมผู้กระทำผิด 

การที่เราไปลงโทษก็เพื่อให้เขาหลาบจำ สำนึก ไม่กลับไปทำอีก เว้นเสียแต่ว่าคุณทำเป็นกมลสันดาน อย่างนั้นไม่ควรที่จะให้อภัย อย่างมือปืนรับจ้างที่ยิงคนตายเป็นว่าเล่น

ตั้งแต่ผมเป็นร้อยตำรวจตรีจนถึงปัจจุบัน ผมไม่เคยลั่นกระสุนแม้แต่นัดเดียว ทั้งๆ ที่ผมจับผู้ร้ายเยอะมาก ถูกต่อย ชก กระทืบ ผมไม่เคยใช้ปืนยิงใคร เคยแต่ทำปืนลั่นตอนจบมาใหม่ๆ (หัวเราะ) ใส่กระจกโรงแรม ต้องจ่ายค่าซ่อม เลิ่กลั่ก เข็ดเลย 

คือมันไม่ถึงที่สุด เราใช้อย่างอื่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ปืน เพราะเราใช้ปัญญาในการควบคุมสถานการณ์ 

ตอนนี้คุณปวีณยังเชื่อมั่นในความดี ความเป็นมนุษย์อยู่ไหม  

ต้องเชื่อมั่นสิ ถ้าหากผมไม่ทำความดีไว้ ประชาชนจะมายืนข้างผมได้ไง ถ้าผมไม่มั่นคงในความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม ยุติธรรม ประชาชนคงไม่มายืนข้างผมแน่เลย เขาต้องไปขุดรากเหง้าที่ทำผมไว้ในเมืองไทยมาประจาน

ชีวิต 6 ปีที่ผ่านมาในออสเตรเลีย มันเหมือนได้พักไหมคะ 

ไม่ได้พักเลย เหนื่อยมาก ผมต้องเรียนรู้ตลอดเวลา สมองก็ไม่จำมันเบลอไปหมด เมื่อก่อนจำได้หมด อันนี้ได้หน้าแล้วลืมหลัง สับสนวุ่นวาย ภาษาก็ไม่ได้ ตอนผมไปทำงานโรงพยาบาล หัวหน้าพยาบาลก็บอกว่า you are part of furniture แปลว่าอะไร กูเป็นเฟอร์นิเจอร์เหรอ (หัวเราะ) แต่จริงๆ มันหมายความว่า คุณเป็นสมาชิก ทำงานอยู่ที่นี่มานาน เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ 

ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มันกดดัน ต้องไปสอบนู่นนี่ สอบใบขับขี่ ติดต่อสมัคร วุ่นวาย เอกสารยื่นคำร้องขอวีซ่า ผมก็เรียบเรียงเอง

ผมต้องไปเรียนใบขับขี่ ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย ก็เปิดดิกเรื่อยๆ คนอื่นต้องสอบตั้งหลายเที่ยว ผมสอบวันเดียวผ่าน ใช้ได้ ยังไว้ลายตำรวจไทย (หัวเราะ) ผิดแค่ 2 ข้อเอง ใช้ได้ๆ

ผมไปเรียน multicultural เรื่องพืชพันธุ์ไม้ ไปฝึกขับแทรกเตอร์ รถแม็คโคร ใช้เลื่อยยนต์ สารพัดทุกอย่าง วันๆ วุ่นวาย ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ไปสอบขับ forklift ด้วย ทำเยอะ แล้วก็ไปทำงานโรงเรือนเพาะชำ ไปทำงานกับคนไทยที่ทำเครื่องเร่งรถยนต์ ไปแบกของหนักมาก น้ำมันก็เลอะเทอะ บางทีเลิกงานเที่ยงคืน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตี 1 ตื่นเช้ามาต้องรีบขับรถไปทำงาน ได้เงินมาชั่วโมงละไม่เท่าไหร่ แต่เราก็เอาทุกอย่าง เสร็จแล้วก็ไปทำงาน cleaning เพราะผมฝึกมาทุกอย่าง ขึงเตียงผมตึง neat and tidy มาก ได้รับคำชมจากแขก เจ้านายผมชื่นชมมาก ผมเป๊ะมาก 

วันนี้เด็กๆ คนรุ่นใหม่เยาวชนจำนวนมาก มีอคติ มีภาพไม่ดีต่อตำรวจเยอะมากเลย ในฐานะที่คุณปวีณเป็นตำรวจมาตลอดหลายสิบปี บอกอย่างไรกับเด็กๆ ดีที่อยากเป็นตำรวจอยู่ 

ตรงๆ เลยนะ ผมผ่านมาได้ยังไงก็ไม่รู้นะ มันลำบาก มันยาก ถามว่าคุณทนไหวหรือเปล่า ถ้าทนไหว คุณก็ทำ แต่จิตใจต้องเข้มแข็งและแข็งแกร่งนะ มันถึงจะผ่าน ไม่งั้นคุณไม่มีทางผ่าน เดี๋ยวก็กลืนไปหมด คนรักสบายคนไหนจะมานั่งทนสอบสวน ทำสำนวนหามรุ่งหามค่ำ ผมไม่เคยมีอะไรหรอก ร้องเพลงก็ไม่เป็น สังสรรค์อะไรไม่เป็นสักอย่าง นั่งสอบสวนอยู่นั่น เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งชีวิต แต่ผมภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือสังคม เรื่องใหญ่ๆ ยากๆ มันสามารถไขปัญหาได้ แต่มันหนักมาก ก็ต้องวัดใจว่าคุณจะแกร่งพอไหม พอไหวไหม การถูกเย้ยหยันคุณทนไหวไหม 

ทุกงานมันมีความสำคัญทั้งนั้น แม้กระทั่งคนเก็บขยะ คนกวาดถนน ลองเขาไม่เก็บสิ เดือดร้อนไปทั่วหมด ที่นี่เขาถึงให้เกียรติกัน แม้กระทั่งคนทำกับข้าวให้เรากิน ทุกอย่างมีความสัมพันธ์ มีความสำคัญ 

ทุกวันนี้ติดตาม feedback จากทางไหนบ้างคะ 

วันนี้ผมเลิกงาน 5 โมงเย็น แล้ว 5 โมงเย็นที่นี่ก็เท่ากับบ่ายสองเมืองไทย อาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินปลาเสร็จ ก็จะมาดูข่าว อ่านอินเทอร์เน็ต ติดตามข่าวบ้านเมืองบ้าง แล้วก็ดูทีวีท้องถิ่นบ้างเพื่อรับทราบข่าว

พอชม ผมก็แอบมีความสุข เวลาที่เขาด่าก็เหี่ยวหน่อย พอชมก็บานหน่อย สลับกันไป ที่เขาด่าเราก็มานั่งพิจารณา ถ้ามันไร้สาระเราก็เขี่ยทิ้งไป แต่ถ้าหากมันเป็นประเด็นที่เราอยากจะไปชี้แจง เรามีโอกาสให้สัมภาษณ์ เราก็จะหยิบเอาอยู่ตรงนี้มาพูด มาชี้แจง 

ผมเป็นตำรวจมาทั้งชีวิต ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร สืบจับผู้ร้าย สืบจับเจ้านายมาตั้งเยอะ พวกเขามีพฤติกรรมอะไร ทำไมผมจะไม่รู้วะ มันจดจำได้หมด รู้ทุกอิริยาบถย่างก้าว คุณจะเหยียบยอดหญ้า เหาะเหินเดินอากาศยังไง ผมก็สามารถพลิกแพลงตลบได้ ม้วนตัวไปสอดรับคุณมาเข้าห้องขังได้ 

อยากจะบอกอะไรที่เด็กๆ คนรุ่นใหม่ และทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจ 

มันมากจริงๆ เลย ผมไม่เคยได้รับอย่างนี้มาก่อน เมื่อก่อนมีแต่ก้อนอิฐทั้งนั้น แต่ไม่น่าเชื่อว่า มันสร้างกำลังใจให้ผมเข้มแข็งมากเลย รู้สึกว่ามันต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วทำให้ผมเริ่มมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปว่า มันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองจริงๆ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นผมแค่ทำตามหน้าที่หลักการ ไม่ได้คิดหรอกว่า มันจะต้องมีสักวันหนึ่ง ตอนนี้ผมก็ยังเคอะเขิน ถ้าหากว่าให้มายกย่องเป็นฮีโร่ ผมไม่ถึงขนาดนั้นหรอก  

เบื้องหลังที่เล่าไป ผมไม่ได้เป็นคนดีอะไรมากมาย อย่าคิดว่าผมดีเลิศประเสริฐศรี มีผิดชอบชั่วดี ผมไม่ได้ถูกทุกเรื่องหรอก บางเรื่องราวผมก็ไม่ได้เรื่อง ผมเป็นมนุษย์ปุถุชนย่อมมีผิดมีถูก บางครั้งผมอาจจะทำให้ใครไม่พอใจ ใช้คำพูดที่ไม่ดี หรืออาจจะทำพฤติกรรมอะไรบ้าๆ บอๆ เยอะแยะ 

ผมไม่ใช่พระอรหันต์ ไม่ใช่พระภิกษุ ถือศีล ก็เหมือนคนทั่วๆ ไป เพราะฉะนั้นคุณจะมาวิจารณ์ก็เรื่องหนึ่ง แต่ในเรื่องการทำสำนวนสอบสวน อันนี้ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ผมบอกไว้ก่อน นี่คือความเป็นความตายของเพื่อนมนุษย์ 

แล้วในการพิสูจน์ความจริง คุณจะมาทำแค่นี้ๆ ไม่ได้ ผมจึงกล้าพูดได้เต็มปาก ไม่ว่าที่ไหนผมก็ยืนยันว่า อันนี้มันของจริงเท่านั้น 

งานของผมเหมือนภาพวาดไหม มันอาจไม่มีค่าตอนศิลปินยังมีชีวิตอยู่ แต่พอเขาตาย ราคากลับแพงมหาศาล ผมคิดว่างานของผมมันได้มาเปล่งประกายในตอนนี้แล้ว มันมีค่ามาก แล้วผมจะดีใจมาก ถ้าเด็กๆ รุ่นหลังๆ ตระหนักถึงคุณค่าของการทำในสิ่งที่ถูกต้อง รู้จักผิดชอบชั่วดี ความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยการให้คุณค่าต่อสิ่งที่ตัวเองทำและฝึกฝนในวิชาชีพของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไร 

จะทำความสะอาดก็ทำความสะอาดอย่างดี ขึงเตียงผมก็ตรึงจนเนี้ยบ จนได้รับความชื่นชมจากลูกค้า จากแขกที่มาพัก มีคอมเมนต์ โอ้ ดี สะอาด ขัดห้องน้ำนี่เนี้ยบเลย ก๊อกน้ำแวววาว กระจกใสแจ๋วทำยังไง ผมทำด้วยใจ เรื่องพวกนี้มาเรียนรู้เอาทีหลังหมด ก็มีความสุขที่ได้คำชื่นชมกลับมา ถึงจะแค่เล็กๆ น้อยๆ แต่มันสร้างความภูมิใจ งานทุกงานผมทำอย่างนี้ 

เพราะฉะนั้นคุณค่าที่สำคัญที่สุดที่เด็กๆ ให้มา มันสร้างแรงใจ พลังใจกับผม ผมมีความสุขมากเลยนะ มันปลื้มปีติ ผมอยากจะกราบขอบคุณ ผมไม่ได้มีโอกาสได้ตอบ แต่ผมพยายามอ่าน มาตรวจดู เป็นยังไง feedback แอบอ่านเท่าที่เวลาผมจะมี เพราะเวลาผมมีไม่มาก เดี๋ยว 4-5 ทุ่มผมก็นอน แล้วตี 5 ผมก็ตื่นมาทำอาหาร เตรียมตัวไปทานเช้าแล้วก็ไปทานเที่ยง 

ผมขอบคุณมากเลย รู้สึกว่าสิ่งที่ผมทำไปยังน้อยเกินกว่าที่เขาชื่นชมผม ผมว่าผมควรทำมากกว่านี้ แต่ผมไม่อยากสอนเขาหรอก เพราะว่าเด็กสมัยนี้เขาเก่งกว่าผมมาก ผมอยู่ม.ศ.5 ยังอ่านหนังสือด้วยตะเกียงอยู่เลย เด็กรุ่นนี้เขามีคอมพิวเตอร์แล้วเขารู้มากกว่าผม ฉลาดกว่าผมเยอะ แต่มันก็ต้องเป็นแบบนั้น คนรุ่นใหม่ต้องเก่งกว่ารุ่นเก่า 

แต่ผมพยายามจะปรับปรุงตัวเองตลอดแล้วมาใช้กับงานที่ผมทำ ผมมีบันทึกเต็มไปหมดเลย สงสัยอะไรผมจดไว้หมดเลย (โชว์ผนังที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ต) เต็มไปหมดเลย ผมต้องมีเอกสาร ทำให้เราจำได้ว่ามีอะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้มันทำให้งานของเรา 

ชีวิตต่อจากนี้ เป้าหมายคืออะไร 

อยากจะกลับไปเยี่ยมพ่อ อยากจะกลับไปกราบไหว้ครูบาอาจารย์เก่าๆ ที่เคยสอนมา อยากจะไปชมธรรมชาติ ต้นไม้ ภูเขาที่เมืองไทยที่คุ้นเคย อยากไปว่ายน้ำทะเลน้ำอุ่นๆ ที่เราเคยว่าย อยากกินอาหารที่อร่อยๆ  

ผมชอบว่ายน้ำทะเล ผมเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ว่ายไม่เก่งหรอก แต่ผมว่ายได้ เมื่อก่อนตอนที่ผมเป็นรองผู้การฯ ผมว่ายได้ติดต่อกัน 2 ชั่วโมงไม่หยุดเลยนะ ฝึกไปเรื่อยๆ ทะเลที่นี่มันว่ายน้ำไม่ได้ เพราะมันหนาวมาก ที่เมืองไทยมันอุ่นสบาย 

แล้วก็อยากไปเยี่ยมเพื่อนฝูงที่เป็นกัลยาณมิตร เขาเป็นยังไง อยู่ยังไง แต่เมื่อโอกาสมันไม่มีก็ทำใจ รับสภาพใจแล้วก็ปรับตัวให้ได้กับที่อยู่ใหม่ ไม่เป็นไร ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ เราอยู่ที่ไหนก็เป็นดอกไม้ บานได้ รดน้ำใส่ใจ ให้ปุ๋ยมันดีๆ เดี๋ยวมันก็ดีเอง 

วันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ ขอบคุณมากเลยที่เล่าตั้งหลายเรื่องให้ฟัง 

มันรู้สึกผ่อนคลาย เวลาเล่าในอดีตที่ผ่านมา บางคนเขาไม่เคยรู้ว่าผมทำงานยังไง เมื่อก่อนผมพยายามเผยแพร่ให้คนรู้วิธีการ หลักการทำงานของผมเป็นแบบนี้ 

ผมเพลิดเพลิน รีแลกซ์ในการเล่า ทำให้ผมรื้อฟื้นความสุขที่ได้รับ I’m so proud มีความภูมิใจ ปลื้มปีติกับงานที่เราทำมา มันก็เลยรู้สึกแบบนั้น ไม่รู้สึกเบื่อ (ยิ้ม) 


Writer

ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ

คุณแม่ลูกหนึ่งซึ่งคลุกวงในงานข่าวมาหลายสิบปี เพิ่งมาค้นพบตัวเองไม่กี่ปีมานี้ว่าอินกับงานด้านเด็ก ครอบครัว และการศึกษามากเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุให้มาร่วมสร้างแผนที่การเรียนรู้อย่าง mappa

Illustrator

กรกนก สุเทศ

เด็กกราฟิกที่สนุกกับการอ่านการ์ตูน ดูเมะ ชอบเล่าเรื่องและจำสิ่งต่าง ๆ ด้วยภาพมากกว่าตัวอักษร มองว่าหนึ่งในการเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้ผ่านสี รูปภาพ รูปทรง

Related Posts